วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET มีโอกาสลงไปทดสอบ 1485

SET View

- แนวโน้ม เรามุมมองเชิงลบต่อ SET วันนี้ หลังจาก SET กลับมาอ่อนแรงจนหลุด 1500 จุดอีกครั้ง ประเมิน SET จะพักฐานและมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับเดิมที่ 1485 จุดในระยะ 1-2 วัน การปรับพอร์ตของ MSCI วันนี้ จะทำให้หุ้นรายตัวที่เกี่ยวข้องมีราคาและมูลค่าซื้อขายผันผวนผิดปกติ ส่วนการเจรจาหนี้กรีซ ไม่มีความคืบหน้ามากนัก แต่รัฐบาลกรีซ พยายามปิดดีลให้ได้ในวันอาทิตย์นี้

กระแสเงินทุนใน SET ช่วงนี้ ดูผันผวนไร้ทิศทาง ทำให้ SET ฟื้นตัวบวกอย่างต่อเนื่องได้ยาก โดยกองทุนในประเทศกลับมาซื้อสุทธิ 1.2 พันล้านบาท หลังจากขายสุทธิมาตลอด 3 วันก่อนหน้านี้รวม 4.2 พันล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 อีก 726 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้ ซื้อสุทธิมาตลอด 5 วันติดต่อกันรวม 7.3 พันล้านบาท

ราคาน้ำมันฟื้นตัวระยะสั้นวานนี้ โดย Brent +0.8% หลังจากการรายงานสต๊อคน้ำมันสหรัฐฯรายสัปดาห์ ออกมาเป็นบวกต่อราคาน้ำมัน กล่าวคือ สต๊อคน้ำมันดิบลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาด (-2 ล้านบาร์เรล) และสต๊อคน้ำมันเบนซินลดลง 3.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่ตลาดคาดจะลดลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล แต่มีปัจจัยกดดันระยะกลางมาจากอิรัก ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของกลุ่ม OPEC เตรียมส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 26% เป็น 3.75 ล้านบาร์เรล ในเดือนหน้า และในสัปดาห์หน้า ติดตามการประชุมกลางปีของ OPEC วันที่ 5 มิ.ย. ในการกำหนดกำลังการผลิต ทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนมากขึ้น

- กลยุทธ์การลงทุน : รอซื้อบริเวณแนวรับ SET ที่ 1485 จุด หากเด้งขึ้นขายบริเวณ 1500 จุด

  Top Daily Pick : SVI (มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท) และ SAPPE (มูลค่าเหมาะสม 36.90 บาท) ทั้งคู่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า

  Technical Pick : IFEC TPCH PRIN TGCI MILL (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

  Theme Plays : Global plays หุ้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกมีความเสี่ยงน้อยว่าปัจจัยในประเทศ (PTT)/ หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (SVI, SAPPE)

Strategy Talk

- GDP 1Q58 ของสหรัฐฯชี้นำทิศทางดอกเบี้ยของ Fed

ค่ำคืนนี้ สหรัฐฯจะรายงาน GDP 1Q58 (รอบสอง) มีแนวโน้มอ่อนแอ โดย Bloomberg consensus คาดจะพลิกกลับมาหดตัว 0.9% เทียบกับการรายงานรอบแรกที่ +0.2% ส่วน Bank of America Merrill Lynch (BoAML) คาดหดตัว 1.2%

การรายงาน GDP มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของ Fed ในระยะถัดไป กล่าวคือ หาก GDP 1Q58 ออกมาติดลบ 1.2% ตามที่ BoAMl คาด อีก 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ GDP สหรัฐฯต้องโตเฉลี่ย 3.5-4% เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายทั้งปีของ Fed ที่ 2.3-2.7% และเมื่อมองไปในอนาคต หาก GDP 2Q58 โตได้ 2.5% ตามที่ BoAML คาดการณ์ จะกดดันให้ GDP ต้องโตในระดับสูงมากถึง 4-4.7% ใน 2H58 เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายทั้งปีของ Fed

จากข้อสังเกตข้างต้น BoAML คาดว่า Fed มีโอกาสปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุม Fed ครั้งถัดไป คือ 16-17 มิ.ย.นี้ นั่นทำให้ Fed ไม่น่าขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. หลังจากเพิ่งปรับลดประมาณการ GDP สอดคล้องกับมุมมองของเทรดเดอร์ในสหรัฐฯที่คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ธ.ค. ด้วยความน่าจะเป็น 60%

การที่ Fed เลื่อนกำหนดการขึ้นดอกเบี้ยออกไป ย่อมเป็นบวกต่อกระแสเงินทุนในฝั่งตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึง ตลาดหุ้นไทย หนุนให้ SET ซื้อขายบน Valuation ในระดับสูงได้ โดยปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E ratio 14.9 เท่า อิงกำไรตลาด ณ สิ้นปีนี้ ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 13 ปี + 0.5S.D.

อย่างไรก็ดี แม้ Fed อาจเลื่อนไปขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี แต่ค่าเงินบาท ยังคงมีทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องใกล้แตะ 34 บาท/เหรียญฯ เพราะ 1) เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าคาด 2) การลดดอกเบี้ยของ กนง. ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่ SVI (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท) คาดผลประกอบการ 2Q58 เติบโตต่อเนื่องจาก 1Q58 หลังจากกำลังการผลิตกลับไปสู่ระดับปกติก่อนเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้และ SAPPE (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 36.90 บาท) ฤดูร้อนซึ่งเป็น High season ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม คาดจะช่วยหนุนผลประกอบการ 2Q58 ให้เติบโตโดดเด่น และ Order จากประเทศจีนที่เคยขาดช่วงไปใน 1Q58 จากการเปลี่ยนผู้จัดจำหน่าย จะเริ่มกลับมา เป็นปัจจัยบวกเสริมใน 2Q58 เช่นกัน