ซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด (กำหนดจุดตัดขาดทุน 3%)
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ลดลง วิตกเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็ว กดดันตลาดหุ้นโลก แนะนำ รอซื้อคืนเพื่อเล่นรอบบริเวณ 1480 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง แนวรับ 1485/1480 จุด แนวต้าน 1500/1510 จุด ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก หลังนักลงทุนประเมินเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น หลังสหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจส่วนใหญ่ออกมาดี ประกอบกับสุนทรพจน์ประธานเฟดที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในปีนี้ ส่งผลดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และราคาน้ำมันปรับตัวลง กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ ในฝั่งยุโรปยังมีความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ส่วนปัจจัยในประเทศ กังวล แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2/58 และ NPL ของกลุ่มธนาคาร คาดปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่วนตัวเลขการส่งออกเดือนเม.ย.ที่ประกาศวานนี้ ยังคงติดลบ 1.7% (แต่ดีกว่าที่ตลาดคาดที่ -3.3%y-y)
กลยุทธ์ แนะนำ รอซื้อคืนเพื่อเล่นรอบ บริเวณ 1480 จุด (กำหนดจุดขายตัดขาดทุน 3%) หุ้นที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเล่นเก็งกำไร ได้แก่ 1.หุ้นที่มี Upward Revision (-Downward Revision) สูงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ CHO CFRESH BRR TASCO PLAT 2. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง หุ้นปันผลสูง BTS TTW QH SPALI หุ้นเช่าซื้อ MTLS SAWAD
ปัจจัยต่างประเทศ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี เพิ่มโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย วานนี้ สหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐหลายตัวออกมาดี ซึ่งรวมถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 95.4 ในเดือน พ.ค. จากระดับ 94.3 ในเดือน เม.ย. รายงานยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 6.8% ในเดือน เม.ย. ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 6.0% และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือน เม.ย. ที่แม้ปรับลง 0.5% แต่หากไม่รวมหมวดขนส่ง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 0.5% นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่เป็นสินค้าทุนที่ไม่นับรวมสินค้าด้านอาวุธและเครื่องบิน ซึ่ง
จะเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ของบริษัทต่างๆ เพิ่มขึ้น 1% ในเดือน เม.ย.
จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวจากไตรมาสแรก เพิ่มโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ประกอบกับคำกล่าวของประธานเฟดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อ และส่งผลด้านลบต่อสินค่าโภคภัณฑ์ รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น ทั้งนี้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) อย่างไรก็ดี เราประเมินว่าพันธบัตรสหรัฐยังมีความเสี่ยงจากแรงเทขาย หากเฟดปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นจริง ซึ่งจะยิ่งส่งผลลบต่อตลาดหุ้นในระยะถัดไป
ปัจจัยในประเทศ
การส่งออกไทยเดือน เม.ย. ติดลบ 1.7%YoY ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ -3.3% ขณะที่การนำเข้าลดลง -6.84% และดุลการค้าขาดดุล 523 ล้านดอลลาร์ โดยกระทรวงพาณิชย์รายงานว่า สถานการณ์ในภาพรวมส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสหกรรมหดตัวในอัตราที่ชะลอลง
ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค. - เม.ย.) การส่งออกไทยหดตัว -3.99% การนำเข้าหดตัว -6.53% และ ดุลการค้าเกินดุล 906 ล้านดอลลาร์
สัญญาณทางเทคนิค ดัชนีส่งสัญญาณเป็นลบมากขึ้น หลังวานนี้ปิดต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1500 จุด ขณะที่ indicator ต่างๆ กลับเป็นลบ โดยดัชนีปิดต่ำกว่า SMA ระยะสั้น (5, 10, 25 วัน) รวมถึง RSI และ MACD กลับทิศลงเช่นเดียวกัน บ่งชี้ถึงโอกาสของการปรับฐานต่อเนื่องแนวรับหลักถัดไป 1460/1420 จุด






