วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES

ผันผวนในกรอบ

SET วานนี้อ่อนตัวลงจากแรงขายกลุ่มพลังงานที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง รวมถึงแรงขายกลุ่มธนาคารหลังจาก KBANK ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงซึ่งกดดันต่อ NIM ของกลุ่มธนาคาร ส่งผลให้ SET ปิดบวกที่ 1,520.11 จุด (-5.85 จุด) Volume 4.4 หมื่นลบ. ทั้งนี้ Foreign Net Buy 1,984 ลบ. , Net Sell TFEX 4,679 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยบวก/ลบที่คละเคล้า ได้แก่

     +/- คาดว่า FED จะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ Q1/58 ที่ซบเซา

     + รมว.คมนาคมของไทยเตรียมเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.

     +/- Fundflow ต่างชาติพลิกกลับเป็น Net Buy หุ้น 1.9 พันลบ. แต่ยังคง Net Short TFEX ต่อเนื่องอีก 4.6 พันสัญญา

      - การปรับลดอัตราดอเบี้ยเงินกู้ลงของธพ.ขนาดใหญ่ นำโดย KBANK SCB จึงคาดว่าธนาคารอื่นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยลงตาม ซึ่งกระทบต่อ NIM และกดดันต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร

ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,510 – 1,530 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

SET มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน ดังนั้นแนะนำให้เก็งกำไรเป็นรอบในกรอบ 1,510 – 1,530 จุด โดยแนะนำเก็งกำไรในกลุ่มที่มีปัจจัยบวก เช่น

    - หุ้นกลุ่มรับเหมา (ITD CK STEC UNIQ SEAFCO PYLON) ที่ได้รับอานิสงส์จากการที่รัฐประกาศขับเคลื่อนการลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์

    - หุ้นกลุ่ม Finance (เช่าซื้อ) ที่ได้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงขอธนาคารพาณิชย์ ( LIT GCAP THANI ECL GL )

ประเด็นลบ  อัยการสูงสุดระบุกสทช. เจ้าของช่องเลื่อนจ่ายค่าประมูลงวด2 ไม่ได้ เป็นลบต่อกลุ่ม TV digital ( WORK RS MONO GRAMMY )

Analyst Meeting

CBG ราคาปิด 43.75 บาท consensus สูงสุด 47 บาท

- รายงานกำไรสุทธิ 1Q58 313 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 13%QoQ, 30%YoY ยอดขายทรงตัวที่ 1.7 พันล้านบาท สัดส่วนยอดขายในต่างประเทศ +2 % สู่ระดับ 30% ซึ่งประมาณ 62% จากประเทศกัมพูชา ส่วนยอดขายในประเทศมาจากร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (โชห่วย) ประมาณ 71% โดยสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” ยังสร้างยอดขายเกือบ 100 %

- ด้านต้นทุนขายลดลงเนื่องจากมีการผลิตขวดแก้วเองส่งผลให้ต้นทุนค่าขวดแก้วลดลง 0.25-0.35 บาทต่อขวดช่วยหนุนกำไรขั้นต้นเพิ่ม 6% สู่ระดับ 38.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากค่าเงินเดือนเนื่องจากมีการเปิดสายการผลิตใหม่

- ผู้บริหารยังตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20% แม้ว่ายอดขายใน 1Q58 จะแทบไม่เติบโตแต่เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมียอดสั่งซื้อจากต่างประเทศและการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น แผนงานในอนาคตมีการตั้งศูนย์กระจายสินค้า 9 แห่งและลงทุนรถขนส่ง 105 คันเพื่อให้สามารถกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงมากขึ้นซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้

BIG ราคาปิด 1.10 บาท

- ธุรกิจจำหน่ายกล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ มือถือและอุปกรณ์ มี Market share อับดับ 1 ในอุตฯราว 50%
- คาดกำไรปี 2015 เติบโตสูง เนื่องจากเฉพาะกำไร Q1/15 = 73 ลบ. +102%YoY (คิดเป็น 53% ของทั้งปี 2014) โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2015 ขยายตัวขึ้น 10% เป็น 3,800 ล้านบาท จากการเปิดสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาเป็น 250 สาขา (ปัจจุบันมีร้าน Big Camera 214 สาขา และ ร้าน Big Mobile 23 สาขา) และจะเน้นสินค้าที่มี Margin สูงเพื่อรักษา Net Margin ระดับ 6.6% และช่วงQ2/15 เตรียมเปิดให้บริการล้างภาพจากสมาร์ทโฟนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน

SAMART (ราคาปิด 25.75 consensus 34.50) 

- กำไร Q1/58 เท่ากับ 273 ล้านบาท ลดลง14%qoq และ 33%yoy เชื่อว่าเป็นจุดต่ำสุดรายไตรมาสของปีนี้ Q2 มีแนวโน้มดีกว่า Q1 และครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรก

- บริษัทมีแผนนำบริษัท I-SPORT ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาด MAI ภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า

- ขณะที่บริษัทลูกมีแผนขายเงินลงทุนในหุ้น IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งคาดจะมีกำไรราว 60 ล้านบาท

- อนาคตรายได้มีแนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้นจากธุรกิจพลังงาน(โรงไฟฟ้าจากขยะและถ่านหิน)


หุ้นเด่นรายวัน

- RATCH (ราคาปิด 60.00 Consensus เฉลี่ย 67.75) ใส่เกียร์ลุยธุรกิจพลังงานเต็มสูบ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งผนึกพันธมิตรเก่า-ใหม่ ขยายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เช่นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซียร่วมลงทุนกับกลุ่มบ้านปู และโครงการโรงไฟฟ้ามะริด จ่อลงนาม MOA กับเมียนมาร์เดือนมิถุนายนนี้ (ที่มา...ทันหุ้น)

เทคนิค : ราคาเริ่มสร้างฐานที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้และมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นทำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยมีแนวรับ 59.00 แนวต้าน 61.00 / 62.50 Cut loss 58.50

- ANAN (ราคาปิด 3.56 ซื้อเก็งกำไร) ทำข้อตกลงร่วมทุนกับบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง เรสซิเด็นเชียล จำกัด (MFR) เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวรถไฟฟ้าในไทย เพิ่มอีก 5 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4,200 ยูนิต ขณะที่การเปิดขายโครงการใหม่ได้กระแสตอบรับดีมียอดจองสูงกว่าเป้า 356%