จุดเปลี่ยน..จากแรงซื้อและความสามารถในการทำกำไร
เป้าหมายยอดขายสร้างแรงกดดัน
เราคาดว่าการเร่งยอดขายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีของบริษัท เมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน การเร่งยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย ค่อนข้างกดดันผู้ประกอบการพอควร การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นช่วง 1Q58 จากแรงซื้อที่ชะลอตัวจากความไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเติบโตน้อยกว่าคาด ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ LH ยอมรับการชะลอตัวของแรงซื้อ โดยอยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการยอดขายลง โดยเรามองว่าการตั้งเป้ายอดขายในปี 2558 ของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาด 7 แห่งโดยรวมที่ 2.07 แสนล้านบาท เติบโต 32% YoY จะทำได้น้อยกว่าที่คาด โดยยอดขายในช่วง 1Q58 ของกลุ่มทำได้ 3.7 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับเป้าหมายคิดเป็น 18% โดยเฉลี่ย ขณะที่กลุ่มยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากให้เห็นการกระตุ้นแรงซื้อ จากการจัดโปรโมชั่นหรือเพิ่มส่วนลดต่าง ซึงจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรที่ทำได้น้อยลง
2Q58 รอการฟื้นตัวของผลประกอบการ
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการใน 2Q58 เราคาดว่ายังทำได้ดีจะมีแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต ตามการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียมหลายแห่ง ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาเช่น QH AP SIRI SPALI LPN ที่คาดเห็นการเติบโตเมื่อเทียบกับผลประกอบการของกลุ่มใน 1Q58 ที่ผ่านมา จากบริษัทที่เราประมาณการมีกำไรสุทธิเฉลี่ย 5.1 พันล้านบาท ลดลง 3% YoY และ 58% QoQ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ล่าช้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรายใหญ่บางแห่ง มีการขายโครงการเก่า เพื่อปิดโครงการทำให้มีการลดราคากระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากปกติ 1-2%
รายได้ปี 2558 มีงานในมือรองรับ
เราคาดว่าในระยะกลางผลประกอบการในระยะถัดไปของปี การสร้างรายได้ยังไม่น่ากังวลมากนัก มาจากยอดขายสะสมของสินค้าคอนโดมีเนียมในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มที่อยู่อาศัย โดยรวมยังมีงานในมือรองรับรายได้ภายในปี มากกว่า 50% ถึง 4 บริษัทคือ LPN 93% SPALI 84% SIRI 74% และ PS 57% ขณะที่บริษัทอื่น คือ QH LH และ AP มีรายได้กว่า 50% มาจากแนวราบ ทำให้รายได้ของปี 2558 ยังมี งานในมือช่วยสนับสนุน อย่างไรก็ตามกรณีการอ่อนแรงของยอดขายที่อาจเกิดขึ้นในช่วง 2H58 อาจส่งผลกระทบต่อการบันทึกรายได้ของกลุ่มในปี 2559 -2560 มากกว่า
Dividend Yield อยู่ในระดับน่าสนใจ
จากการปรับลดของราคากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 3เดือนที่ผ่านมา ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนเงินปันผลของกลุ่มที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉลี่ยของกลุ่มให้ผลตอบแทน 4-5% ต่อปี โดยบริษัทที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มคือ SIRI และ LPN ที่ ระดับ 6% ขณะที่ SPALI LH และ QH ให้ผลตอบแทนที่ระดับ 5% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนของ Sector และ ของ SET ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในระดับ 2.6% และ 2.9% ตามลำดับ เรายังคงให้น้ำหนักของกลุ่ม “เท่ากับตลาด” โดยมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ ยอดขายที่ต่อเนื่อง และการรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรของกลุ่ม โดยมีหุ้นแนะนำลงทุนระยะยาวคือ LPN และ SPALI








