ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อย หลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ประกอบกับอุปทานในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูง
- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อยหลังถูกกดดันโดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ประกอบกับในเดือน มี.ค. 58 พบว่าซาอุดิอาระเบียมีการผลิตน้ำมันดิบในระดับสูงที่ประมาณ 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และยังคงปริมาณการผลิตในระดับดังกล่าวต่อเนื่องในเดือน เม.ย. 58 สำหรับยอดการส่งออกน้ำมันดิบใน มี.ค. 58 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.89 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่ พ.ย. 48 ทั้งนี้ เนื่องจากซาอุฯ ต้องการที่จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้
- จากการรายงานข้อมูลของ ICE (InterContinental Exchange) พบว่ายอดสุทธิการซื้อ-ขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าทั้งสัญญาแบบฟิวเจอร์และออปชั่น (Net Long Position) สำหรับน้ำมันดิบเบรนท์ ของนักลงทุน (Hedge funds และ Monery Managers) สิ้นสุดวันที่ 12 พ.ค. ปรับลดลง 10,147 สัญญา มาอยู่ที่ระดับ 278,580 สัญญา โดยเป็นการปรับลดสถานะการเข้าซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน
+ อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังคงปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในอิรักพบว่ากลุ่ม ISIS สามารถยึดเมืองรามาดี จังหวัดอันบาร์ ได้แล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากกองกำลังหหารของรัฐบาลพ่ายแพ้และต้องล่าถอยออกไป โดยการต่อสู้ของกลุ่ม ISIS เพื่อแย่งชิงเมืองดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเมืองดังกล่าวอยู่ห่างจากกรุงแบกแดดเพียง 100 กม. เท่านั้น อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายกรัฐมนตรีของอิรัก ได้มีคำสั่งรวมกองกำลังทหารกว่า 3,000 นาย เพื่อเตรียมตัวยึดพื้นที่ดังกล่าวคืน นอกจากนั้นสหรัฐฯ ได้เตรียมหามาตรการใหม่เพื่อตอบโต้ในเร็วนี้ หลังจากที่มีการโจมตีทางอากาศไปในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ยังไม่สามารถขับไล่กลุ่ม IS ออกไปได้
+ แหล่งข่าวจาก Reuters เปิดเผยว่า ซาอุดิอาระเบียได้กลับมาดำเนินการโจมตีทางอากาศในเยเมนอีกครั้ง หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมชั่วคราว 5 วันสิ้นสุดลงตั้งแต่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากแหล่งข่าวเปิดเผยว่ามีการระเบิดหลายครั้งในแถบใกล้เคียงกับสนามบินเอเดน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียยังคงอยู่ในระดับที่สูง เนื่องจาราคาขายปลีกยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำและความต้องการใช้ของอินโดนีเซียและมาเลเซียที่เพิ่มขึ้นก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่เทศกาลถือศีลอดในเดือนหน้า นอกจากนั้น ยังมีแรงซื้อจากตะวันออกกลางเข้ามาช่วยสนับสนุนตลาดด้วยเช่นกัน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูงมากกว่าอุปสงค์ หลังจากจีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้มีการเพิ่มการส่งออกมากขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดีเซลยังคงมีแรงหนุนจากอุปสงค์ของออสเตรเลียที่โรงกลั่นมีการปิดดำเนินการในเดือนนี้ และอุปสงค์ในช่วงฤดูร้อนของตะวันออกกลาง
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 55-61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 62-68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- สถานการณ์ความไม่สงบในเยเมนยังคงปะทุต่อเนื่อง โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบียยังคงดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน โดยการโจมตีทางอากาศครั้งนี้ส่งผลให้ฐานเก็บจรวดของกบฏในกรุงซานาระเบิด และมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คนและบาดเจ็บมากกว่า 300 คน ซึ่งนับเป็นการทิ้งระเบิดปลิดชีพผู้คนมากที่สุดในคราวเดียว นับตั้งแต่สงครามเยเมนเริ่มต้นขึ้น สงครามที่รุนแรงเช่นนี้ส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบ เนื่องจากเยเมนตั้อยู่ในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งในการขนส่งน้ำมันดิบ
- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย เข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้
- อุปทานน้ำมันดิบจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบที่ระดับสูงต่อเนื่องและยืนยันที่จะส่งออกน้ำมันดิบเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด นอกจากนี้ ตัวแทนจากกลุ่มโอเปคออกมายืนกรานว่า จะไม่มีการลดกำลังการผลิตลงในการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 5 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค
- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจจีนว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจาก PBOC ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลงร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 5.35 และร้อยละ 2.5 ตามลำดับ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และป้องกันความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนอาจเข้าสู่ภาวะเงินฝืด
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









