ขึ้นขาย – รอซื้อคืนบริเวณ 1484/1459 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ รีบาวด์ เพื่อลงต่อ จับตา FOMC Minute, สุนทรพจน์ประธานเฟด รวมถึง GDP ไทยและญี่ปุ่น
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ รีบาวด์ เพื่อลงต่อ (แนวรับ 1478/1459 จุด แนวต้าน 1525/1535 จุด) โดยคาดว่าสัญญาณฟื้นตัวจากการรีบาวด์ทางเทคนิค ในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ผ่านแนวต้าน 1525/1535 จุด และปรับลดลงมาที่แนวรับเดิม 1478 จุดอีกครั้งใน 1-2 สัปดาห์นี้ (กรณีที่ดีกว่าคาดสัญญาณซื้อคืนจะเกิดหากดัชนีฯ ทะลุ 1535 จุดขึ้นไปได้) ไฮไลท์สำคัญสัปดาห์นี้อยู่ที่ รายงานผลประชุมเฟดครั้งล่าสุด(วันพุธ) สุนทรพจน์ของประธานเฟด (วันศุกร์) รายงาน 1Q58F GDP ญี่ปุ่น (วันพุธ) และกิจกรรม
การผลิตยุโรป จีน
สัญญาณบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง จะเกิดขึ้น หาก ยิลด์พันธบัตรระยะยาวของประเทศ Developed Markets สหรัฐฯ ยุโรป ยังคง ปรับลดลงต่อเนื่อง (ยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ วันศุกร์ ปรับลดลงมาที่ 2.14% หลังจากขึ้นไปทำสถิติสูงสุดวันพุธก่อน ที่ 2.36% จากรายงานการผลิตที่อ่อนแอ) โดยต้องจับตา รายงานผลประชุมเฟด ครั้งล่าสุด (ประกาศวันพฤหัสฯ) ส่งสัญญาณว่า เฟดไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายฯ ขณะที่ ญี่ปุ่น ยุโรป มีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่วนปัจจัยในประเทศ รายงาน 1Q58F GDP ของสภาพัฒน์ คาดมี
Downside Risks (Bloomberg Survey พบว่า ตลาดคาดเติบโต-0.5% qoq + 3.4%y-y แต่เราคาดเติบโต -1.1%q-q 3%y-y) และอาจส่งผลให้ ผลประชุมกนง. ยังคงมีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงได้อีกเป็นครั้งที่สาม อีก 0.25% (เศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะส่งผลลบต่อหุ้นอิงการบริโภคในประเทศ เช่น แบงก์ อสังหาฯ แต่จะเป็นผลดีต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง เช่น เช่าซื้อ ปันผลสูงฯลฯ)
กลยุทธ์ เราคงคำแนะนำ ทยอยขาย เพื่อรอซื้อคืนบริเวณ 1480/1459 จุด อิงการศึกษาของเรา พบว่าดัชนี SET มีความสัมพันธ์เชิงลบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (หากยิลด์พันธบัตรพุ่งขึ้นแรง จะส่งผลลบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง) ซึ่งเราเคยเห็นสถานการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ในช่วงกลางปี 56 เมื่อนักลงทุนมีความกังวลประเด็นการสิ้นสุด QE ของเฟด ซึ่ง ณ ช่วงเวลานั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นจาก 1.5% เป็น 3.0% และดัชนี SET ร่วงลงถึง 22% แม้ยังยากที่จะตอบได้แน่ชัดว่าตลาดจะปรับฐานรอบนี้อีกกี่มากน้อย แต่เราคาด
ว่าอาจปรับลดลงราว 7-10% จากระดับปัจจุบัน
หุ้นที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเล่นเก็งกำไร ที่แนวรับ ได้แก่
1. หุ้นที่มี Upward Revision (-Downward Revision) สูงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ BH PLANB MAJOR CFRESH BLA และขาย PCSGH MBKET
2. MSCI Semi-Annual Index Review มีผลตั้งแต่ 29 พค. : หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการถูกเพิ่มคำนวณใน ดัชนี MSCI Global Small Cap Index BA, BEAUTY, CBG, EPG, IMPACT, IFEC, MTLS, PLANB, PTG, SIM, SCAN, TSE, UNIQ, WORK และถอดออก 2 หลักทรัพย์ JMART, TPIPL ส่วนหุ้นที่คำนวณในดัชนี MSCI Global Big Cap Index พบว่าไม่มีหุ้นเข้า-ออก แต่มีเพิ่มน้ำหนัก FIF บางส่วน ได้แก่ BDMS (+0.47%), CPF (+0.27%), IVL (+0.19%) และปรับลดน้ำหนัก PTT (-0.11%), KBANK-F (-0.08%), SCB (-0.08%), ADVANC ( -0.08%),
3. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง ได้แก่ หุ้นปันผลสูง BTS TTW MODERN MC QH SPALI หุ้นเช่าซื้อ MTLS SAWAD
ปัจจัยต่างประเทศ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอกว่าคาด นักเศรษฐศาสตร์ปรับลดคาดการณ์จีดีพีลง โดยเมื่อวันศุกร์สหรัฐประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเบื้องต้นของเดือน พ.ค.ลดลงมากกว่าคาด สู่ระดับ 88.6 จาก ตัวเลขขั้นสุดท้ายที่ 95.9 ในเดือน เม.ย. และตํ่ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 96.0 ในเดือน พ.ค. รวมถึงประกาศตัวเลข การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 0.3% ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นเดือนที่ 5 หลังจากปรับตัวลง 0.3% ในเดือน มี.ค. ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%
ทั้งนี้ ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย ระบุว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐลงอย่างมาก หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา โดยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ ลงสู่ระดับ 2.4% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 3.2% ในการสำรวจที่ทำไว้ในช่วงไตรมาสแรก
สัญญาณทางเทคนิค สัญญาณขายจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หากดัชนีฯ สัปดาห์นี้ หลุดแนวรับ 1488 จุดลงมา (อาจกลายเป็นรูปแบบขาลงใหญ่ Head and Shoulder) โดยมีแนวรับต่อไปที่ 1478/1459 จุด ส่วนการรีบาวด์ คาดกรอบสูงสุดที่จะขึ้นไปทดสอบได้ จะอยู่ที่บริเวณ 1525/1535 จุดแล้ว
• การทะยานตัวขึ้นของดัชนีได้ทำให้การรีบาวด์มีโอกาสที่จะขยายระยะเวลาออกไป เมื่อดัชนีเริ่มมีการฟอร์มตัวเป็น W-Shape ขึ้น พร้อมกับ RSI ที่กลับตัวขึ้นเช่นกัน แต่ถือว่าสัญญาณเทคนิคมีความสับสน จาก MACD และ Bollinger Bands ที่เป็นลบ ขณะที่ Volume การซื้อขายกลับลดลง เราจึงมองว่าการรีบาวด์ไม่ได้ทำให้ Pattern ของดัชนีมีความมั่นคง และความผันผวนยังคงมีสูง เว้นแต่ดัชนีจะผ่านแนวต้าน 1536 จุดได้
• เราคงมีมุมมองต่อดัชนีในเชิงการรีบาวด์เท่านั้น และตราบใดที่ดัชนีขึ้นโดยปราศจาก Volume ที่หนาแน่นนักลงทุนต้องล็อกขายทำกำไรไว้ก่อน








