ปรับกำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสมเพิ่ม
แนวโน้มกำไรฟื้นตัว
เราเชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิของ PTTGC จะยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้บริษัทจะมีแผนหยุดซ่อมหน่วยหลายหน่วยผลิต แต่ด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มทำให้ PTTGC ได้ประโยชน์ 2 ทางคือ (1) ความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock loss ลดลง (1Q58 มี Stock loss มากถึง 1.1 พันล้านบาท) และ (2) ราคาผลิตภณฑ์หลักอย่าง HDPE ฟื้นตัว โดยราคา HDPE ใน 2Q58QTD อยู่ที่ 1,404 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 18%QoQขณะที่ต้นทุนผลิตคงทรงตัว ทำให้เราคาดว่า EBITDA Margin ของกลุ่ม Olefins จะปรับเพิ่มจาก 1Q58 ที่ระดับ 19% (ค่าเฉลี่ย EBITDA Margin ในปี 2557 จาก Olefins อยู่ที่ 26%
โรงกลั่นแย่ แต่ปิโตรเคมีฟื้นตัว
ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มอโรเมติกส์ฟื้นตัว ทั้งพาราไซลีนและเบนซีน หลังโรงงานในประเทศจีนระเบิดในช่วงต้น 2Q58 ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มจะทำให้ Gas Cracker กลับมาเดินเครื่องมากขึ้น ลดปัญหา Over supply ของผลิตภัณฑ์เบนซีน เรามองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวเพียงพอชดเชยผลกระทบจากธุรกิจการกลั่นที่ปัจจุบันมีค่าการกลั่นที่ลดลง โดยปัจจุบันค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ปรับลดลง 9%QoQหลังผ่านช่วงฤดูหนาว ทำให้ Demand น้ำมันขั้นกลาง (Middle Distillate) จำพวกน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลลดลง ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดเบาอย่าง NaphthaPTTGC มีสัดส่วนในการผลิตต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ Product Yield ของ Singapore GRM ทำให้ค่าการกลั่นมีโอกาสปรับลดในอัตราที่สูงกว่า
ปรับกำไรปี 58 เพิ่ม 10%YoY
เราปรับสมมติฐานราคา HDPE เพิ่มขึ้น 12% จากเดิมที่ 1,205 เหรียญต่อตันเป็น 1,350 เหรียญต่อตัน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคา HDPE ไม่ได้ปรับตัวลดลงมาก ตามทิศทางของราคาน้ำมัน เนื่องจาก Demand ในภูมิภาคที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันราคา HDPE ในปี 2558 (YtD) อยู่ที่ 1,236 เหรียญต่อตัน และ จากมุมมองที่เป็นบวกต่อราคาน้ำมันใน 2H58 ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะเห็นราคา HDPE ฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี ผลจากการปรับสมมติฐานดังกล่าวทำให้กำไรสุทธิปี 2558 ปรับเพิ่มจากเดิมที่ จาก 2.8 หมื่นล้านบาท เป็น 3.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากประมาณการเดิม และเพิ่มขึ้น 107%YoY
ปรับมูลค่าเหมาะสมเป็น 70 บาท
เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมเป็น 70 บาท จากเดิม 62 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิ รวมทั้งปรับน้ำหนักการลงทุนจาก Neutral เป็น Overweight สำหรับกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี เราเชื่อว่ากลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC และ IVL) จะกลับมามีความน่าสนใจในการลงทุนจากผลประกอบการที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะใน 2Q58 ที่คาดว่าจะฟื้นตัว









