กำลังผลิตเพิ่มหนุนกำไรสุทธิเติบโต
Flagship ด้านธุรกิจพลังงานของกลุ่ม PTT
GPSC ถือเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม PTT ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 1,315 เมกะวัตต์ ขณะที่บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 536 เมกะวัตต์ ทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2558 – 2562 และจะทำให้ GPSC มีกำลังผลิต 1,851 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับกำลังผลิตปัจจุบัน ขณะที่บริษัทมีเป้าหมายธุรกิจที่จะขยายกำลังผลิตไปพร้อมกับการเติบโตของกลุ่ม PTT รวมทั้งการมองหาโอกาสทำ M&A ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนอกจากโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน บริษัทยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังผลิตอีก 600 – 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562
เป้าหมายธุรกิจสอดคล้องกับแผน PDP
หนึ่งในเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่จะมุ่งเน้นการเติบโตโดยการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในภูมิภาค สอดคล้องกับแผน PDP ฉบับใหม่ เนื่องจากการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าในประเทศมีข้อจำกัดจาก (1) ปริมาณสำรองไฟฟ้าที่มีอัตราส่วนสูง เนื่องจากการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาต่ำกว่าแผนเดิม และ (2) แผน PDP ฉบับใหม่ เน้นสร้างความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิง ซี่งรวมไปถึงการเพิ่มสัดส่วนการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ความเป็นไปได้ในการลงทุนเพื่อขยายกำลังผลิตเป็นไปตามเป้าหมาย
คาดกำไรจะเริ่มก้าวกระโดดในปี 2560
แนวโน้มกำไรสุทธิจะเริ่มเติบโตก้าวกระโดดในปี 2560 จากกำลังผลิตทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นกว่า 16% จากกำลังผลิตปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิในปี 2560 อยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%YoY ขณะที่ในช่วงปี 2558 – 2559 จะมีกำลังผลิตใหม่เพิ่มจากกลุ่ม SPP (โครงการ IRPCCP หน่วยที่ 1 และ โครงการนวนคร) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยเราประเมินว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิในปี 2558 อยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3%YoY และในปี 2558 อยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%YoY
ประเมินมูลค่าเหมาะสม 29 บาท
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ GPSC ไว้ที่ 29 บาท (DCF, WACC ที่ 8.1%) โดยเรารวมโครงการที่ดำเนินการผลิตและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะทยอยเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2558 – 2562 ได้แก่ โครงการไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ ทั้ง 2 หน่วย (IRPCCP – Phase 1 และ 2) โครงการนวนคร (NNEG) โครงการในต่างประเทศได้แก่ โครงการน้ำลิก 1 (NL1PC) และโครงการไซยะบุรี (XPCL) รวม 1,851 เมกะวัตต์ แต่ยังไม่รวม Potential Project ที่อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายจะเพิ่มกำลังผลิตอีก 600 – 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562






