วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 11-15 พ.ค. 2558

“เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น โดยได้อานิสงส์จากหุ้นกลุ่มพลังงาน และแรงซื้อของกองทุนในประเทศ”

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

- เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 33.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีครั้งใหม่ ท่ามกลางแรงขายสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียที่ได้รับแรงกระตุ้นจากการปรับลดดอกเบี้ยของจีน และความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศ นอกจากนี้ แรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติก็กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์หลังมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ บางส่วนจากผู้ส่งออก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ก็มีปัจจัยลบจากยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง ซึ่งมีผลทำให้การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังมีความไม่แน่นอน

- สำหรับในวันศุกร์ (15 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 33.57 เทียบกับระดับ 33.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 พ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.30-33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอจับตา คือ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/58 ของไทย ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ค. ยอดขายบ้านมือสอง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย. และบันทึกการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 28-29 เม.ย. นอกจากนี้ ตลาดอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่การเจรจาของกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ และการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ของหลายๆ ประเทศด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

- ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้น โดยได้อานิสงส์จากหุ้นกลุ่มพลังงาน และแรงซื้อของกองทุนในประเทศ โดยปิดที่ระดับ 1,512.19 จุด เพิ่มขึ้น 0.11% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 18.02% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 34,325.01 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 652.94 จุด ลดลง 0.64% จากสัปดาห์ก่อน

- ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องที่ตึงตัวของกรีซ ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ขยับขึ้น รวมทั้งแรงซื้อทางเทคนิคของนักลงทุนในประเทศและการซื้อหุ้นของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,520 และ 1,530 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,494 และ 1,460 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในประเทศ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/58 ของไทย ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB Governing Council) ในวันที่ 20 พ.ค. ที่อาจมีการพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับกรีซ สำหรับการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย ดัชนีราคาผู้บริโภค บันทึกการประชุมเฟด และความเชื่อมั่นผู้บริโภค (U of Mich.) นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการรายงานความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (IFO) ของเยอรมนี ตลอดจน การรายงานดัชนี PMI ในยูโรโซนและจีน

                                                              ------------------------------------------
ที่มา...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย