ผลไตรมาส 1/58 น่าผิดหวัง: คาดฟื้นตัวไตรมาส 2/58 จากไฮซีซั่น
ต่ำกว่าที่คาด
M รายงานกำไรหลักไตรมาส 1/58 เพิ่มขึ้น 3%YoY แต่ต่ำลง 26%QoQ ที่ 480 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่เราคาด 23% และตลาดคาด 15% จากยอดขายต่ำกว่าคาด 2% อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด 1.0% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายต่ำกว่าคาด (เป็น 52.4% จากที่เราคาด 49% )
ประเด็นหลักผลประกอบการ
เมื่อเทียบ YoY ยอดขายเพิ่มขึ้น 6% ที่ 3.6พันล้านบาท ช่วยลดผลกระทบจากอัตรากำไรสุทธิที่ลดลง (ลดจาก 13.9% ในไตรมาส 1/57 เป็น 13.4%ในไตรมาส 1/58) โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากยอดขายต่อสาขาที่กลับมาเติบโตในไตรมาส 1/58 (อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม 0.4% YoY สำหรับเอ็มเคและ 2.0%จากยาโยอิ) อัตราการเติบโตของยอดขายจากทุกสาขารวมำหรับเอมเคเพิ่มขึ้น 6% YoY และ 14%สำหรับร้านยาโยอิ อย่างไรก็ตามอัตราส่วนวัดความสามาถทำกำไรไตรมาส 1/58 ลดลง อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลง 0.3% YoY และ 1.3% QoQ ที่ 66% ในไตรมาส 1/58 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายยังคงสูงที่ 52.4% ในไตรมาส 1/58 ลดลงเล็กน้อย 0.2%YoY แต่เพิ่มขึ้น 2.9%QoQ โดยบริษัทยังคงสถานะเงินสดสุทธิได้ดีต่อเนื่อง โดยมีเงินสดในมือถึง 9 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค 2558
แนวโน้ม
เราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/58 น่าจะดีขึ้นYoYและQoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ยอดขายต่อสาขาเดิมน่าจะยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY สำหรับเอมเคและยาโยอิจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้าจากปัจจัยทางการเมือง(รัฐประหารช่วงเดือนพ.ค.2557) ประกอบกับการขยายตัวของสาขายอดขายรวมทุกสาขาน่าจะเพิ่มขึ้นทั้งสองแบรนด์หลัก สำหรับอัตราส่วนกำไรขั้นต้นตาดว่าจะสูงขึ้น YoY จากฐานที่ต่ำเพียงในปี 64.6%ในไตรมาส 2/57 (ตามปกติอัตรากำไรขั้นต้นมักจะอยู่ที่ 66-67%) ทั้งนี้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายน่าจะต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ YoYจาก การตั้งสำรองค่าใช้จ่ายให้สิทธิการซื้อหุ้นแก่พนักงานสูงถึง 180 ล้านบาทในไตรมาส 2/57
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรไตรมาสแรกคิดเป็น 21% ของกำไรทั้งปีที่เราคาด และคิดเป็น 20% ของที่ตลาดคาด ทำให้เรายังคงให้การเติบโตของกำไรอยู่ที่ 13% (จากยอดขายเพิ่ม 11% และส่วนต่างกำไรสุทธิเพิ่ม 10 bps จากการตั้งสำรองที่ต่ำลง การฟื้นตัวในปี 2558 จะมาจากอัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมที่พลิกกลับเป็นบวก(เราคาดอัตรายอดขายต่อสาขาเพิ่มขึ้น 1.5% สำหรับเอมเคและ 2.0สำหรับยาโยอิ)









