วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 15 พฤษภาคม 2558

น้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อยหลังตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูง

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลังจากได้ปรับลดลงวานนี้เล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกังวลกับสภาวะอุปทานล้นตลาด แม้ว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมาทางสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ ได้รายงานตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสำรองลดลงถึง 2.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม แต่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมไปถึงสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าสำหรับเดือนมิถุนายนที่จะหมดอายุในวันนี้ ทำให้มีแรงขายทำกำไรเข้ามาในตลาด

- นอกจากนี้การผลิตน้ำมันดิบในเดือนมีนาคมของรัฐนอร์ท ดาโกต้า ซึ่งเป็นรัฐที่ผลิตน้ำมันดิบสูงสุดเป็นอันดับสองในสหรัฐ ได้เพิ่มขึ้นมา 1% หรือประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวันมาอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผู้ผลิตน้ำมันดิบได้พยายามที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการขุดเจาะในหลุมที่ดำเนินการอยู่ และคงกำลังการผลิตเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการการขุดเจาะน้ำมัน

- นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของจีนหลังจากได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนเมษายนอย่างน่าผิดหวัง โดยการปล่อยกู้สินเชื่อธนาคารได้ต่ำกว่าที่คาดกาณ์ไว้ 25% รวมไปถึงภาคการลงทุนที่ชะลอตัวลงในภาคอสังหาริมทรัพย์ และตัวเลขการส่งออก นำเข้า และเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะเติบโตเพียง 6.7-6.8% เท่านั้นซึ่งจะต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลจีนที่ตั้งเป้าไว้ที่ 7%

+ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบโลกยังได้รับแรงสนับสนุนจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐ ที่ลดลง 1,000 รายลงมาอยู่ที่ระดับ 264,000 รายซึ่งใกล้เคียงกับระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 15 ปี นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงประมาณ 0.35% เมื่อเทียบกับเงินสกุลยูโร จากความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อและระยะเวลาในการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันอยู่ในขณะนี้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสหรัฐ จะปรับตัวลดลงถึง 1.14 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่าน แต่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 226.71 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากภูมิภาคเอเชียเหนือโดยเฉพาะในประเทศจีน ถึงแม้ว่าอุปสงค์น้ำมันดีเซลในตะวันออกกลางจะเพิ่มสูงขึ้นจากการนำน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 55-61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 62-68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- สถานการณ์ความไม่สงบในเยเมนยังคงปะทุต่อเนื่อง โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบียยังคงดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน โดยการโจมตีทางอากาศครั้งนี้ส่งผลให้ฐานเก็บจรวดของกบฏในกรุงซานาระเบิด และมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คนและบาดเจ็บมากกว่า 300 คน ซึ่งนับเป็นการทิ้งระเบิดปลิดชีพผู้คนมากที่สุดในคราวเดียว นับตั้งแต่สงครามเยเมนเริ่มต้นขึ้น สงครามที่รุนแรงเช่นนี้ส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบ เนื่องจากเยเมนตั้อยู่ในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งในการขนส่งน้ำมันดิบ

- การชะลอแผนการลงทุนขุดเจาะและผลิตน้ำมันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึงอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ชะลอตัวลง หลังจากปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน (รายงาน ณ วันที่ 1 พ.ค. 58) ประกอบกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน แตะระดับ 484.8 ล้านบาร์เรล

- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย เข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้

- อุปทานน้ำมันดิบจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบที่ระดับสูงต่อเนื่องและยืนยันที่จะส่งออกน้ำมันดิบเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ ซึ่งในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันดิบแตะระดับ 10.36 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตัวแทนจากกลุ่มโอเปคออกมายืนกรานว่า จะไม่มีการลดกำลังการผลิตลงในการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 5 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยเน้นย้ำว่ากลุ่มโอเปคจะยังคงกลยุทธ์เดิมเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้

- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจจีนว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจาก PBOC ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลงร้อยละ 0.25 เป็นร้อยละ 5.35 และร้อยละ 2.5 ตามลำดับ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และป้องกันความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนอาจเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

                                                                  -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999