SET ฟื้นตัวระยะสั้นตามตลาด
SET View
- แนวโน้ม วันนี้ คาด SET ทรงตัวบวกได้ หลังจากย่ำฐานบริเวณใกล้ 1500 จุดมา 3 วัน ประเมินกรอบ SET 1490-1510 ด้านดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.1% วานนี้ ถือเป็น sentiment บวกระยะสั้นต่อตลาดหุ้นทั่วโลกวันนี้
อย่างไรก็ดี ในระยะกลาง SET ยังคงขาดปัจจัยบวกสนับสนุนที่ชัดเจน รวมถึง การขายทำกำไรหลังประกาศงบหรือ Sell on fact ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ SET มีโอกาสพักฐานได้อีกในช่วงสัปดาห์หน้า
วันจันทร์หน้า (18 พ.ค.) ติดตามการรายงาน GDP 1Q58 ของไทย (คาดสภาพัฒน์ฯประกาศเวลา 9.30 น.) มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน, การกำหนดนโยบายทางการเงินของ กนง. รวมถึง นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ทางบล.ภัทร คาดการณ์ GDP ไทยทั้งปี 58 ที่ระดับ 3.3%YoY เร่งตัวจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวเพียง 0.7%YoY
- กลยุทธ์การลงทุน : เก็งกำไรระยะสั้นในช่วงตลาดแกว่งตัวผันผวน จำกัดความเสี่ยงด้วยการวางจุด Stop loss หาก SET ปรับฐานแรงจนต่ำกว่า 1485 จุด
Top Daily Pick : BANPU (มูลค่าเหมาะสม 39 บาท) ผลประกอบการยังคงมีแนวโน้มเติบโต หนุนด้วยรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจถ่านหินมี downside risk จำกัด, ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา ทำให้มี upside มากขึ้น และ SVI (มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท) ได้อานิสงส์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า
Technical Pick : LH LPN CPR SVI BRR (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : หุ้นที่ได้รับคัดเลือกเข้า MSCI Global Small Cap รอบ พ.ค.58 (BEAUTY, WORK)/ กลุ่มหุ้นที่คาดผลประกอบการ 1Q58 โดดเด่น และยังมี Upside จากมูลค่าที่เหมาะสม (SST WORK) / กลุ่มโรงแรม (MINT ERW) จำนวนนักท่องเที่ยวเดือนเมษายนทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ / กลุ่มพัฒนาอสังหาฯ ได้แรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. เราแนะนำ (AP) คาดกำไร 1Q58 เติบโตเด่นกว่าเท่าตัว เด่นที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ
Strategy Talk
- โค้งสุดท้ายของ Earnings season เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลรายงานผลประกอบการ 1Q58 ทางนักวิเคราะห์ kktrade ได้ทยอยปรับประมาณการกำไร/มูลค่าเหมาะสม/คำแนะนำ ของหุ้นบางบริษัทหลังการประกาศงบ ดังต่อไปนี้
DTAC ปรับลดประมาณการกำไรลงราว 13% ในปี 58-59 สะท้อน 1) ปรับเพิ่มงบลงทุนในปี 58 จาก 1.4 เป็น 2 หมื่นล้านบาท และปี 59 เพิ่มจาก 1.2 เป็น 1.4 หมื่นล้านบาท 2) ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่ายปี 58 สูงขึ้น 4% และปี 59 สูงขึ้น 11% ตามเป้าหมายบริษัทที่ต้องการให้บริการครอบคลุม 95% ของจำนวนประชากร จากปัจจุบันที่ทำได้ในระดับ 85% ส่งผลให้มูลค่าเหมาะสมปี 58 ลดลงจาก 99 บาท เหลือ 86 บาท คงคำแนะนำ “เก็งกำไร”
JAS ปรับลดประมาณการกำไรจากการดำเนินงานในปี 58-59 ลง สะท้อนภาระค่าเช่าโครงข่ายที่ต้องจ่ายให้กับกองทุน JASIF โดยปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้น 15% เป็น 4.9 พันล้านบาทในปีนี้ และ 6.2 พันล้านบาทในปีหน้า ส่งผลให้ประมาณการกำไรจากการดำเนินงานลดลง 17% จากคาดการณ์เดิมเหลือ 2.8 พันล้านบาทในปีนี้ ส่วนปี 59 คาดลดลงจาก 3 พันล้านบาทเหลือ 2.7 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมปี 58 ลดลงจาก 6.40 บาทเหลือ 6 บาท แนะนำ “เก็งกำไร”
ADVANC ปรับปรุงสมมุติฐานจำนวนลูกค้าและ ARPU เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการนับของบริษัท โดยเราลดจำนวนลูกค้าลง 5% ในปี 58-59 แต่เพิ่ม ARPU ราว 1% นอกจากนี้ เราปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่าย 14% ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 58-59 ลดลงราว 7% และมูลค่าเหมาะสมปี 58 ลดลงจาก 309 เหลือ 288 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
IVL ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิจากเดิม 18% เป็น 4.9 พันล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวจากกำไรปกติใน 1Q58 ที่ดีกว่าคาดมาก เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (HVA) สูงกว่าคาด พร้อมกันนี้ ได้ปรับมูลค่าเหมาะสมปี 58 เพิ่มขึ้นจาก 26 เป็น 27 บาท เพิ่มคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ”
SIM ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 58-59 ลงเฉลี่ย 22% เนื่องจาก 1) ปรับลดคาดการณ์ปริมาณขายมือถือจาก 5.2 เหลือ 4.2 ล้านเครื่องในปี 58 และ 5.5 เหลือ 4.5 ล้านเครื่องในปี 59 2) ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A-to-sales) จากเดิม 13.7% เป็น 14.6% ในปีนี้และ 14.1% ในปีหน้า ส่งผลให้มูลค่าเหมาะสมปี 58 ลดลงจาก 3.46 บาทเหลือ 2.60 บาท คงคำแนะนำเก็งกำไร
บริษัทใน kktrade coverage ที่รายงานผลประกอบการ 1Q58 วานนี้
• EGCO กำไรสุทธิเท่ากับ 1,533 ล้านบาท (+207%QoQ, -38%YoY) ตามคาด
• AP กำไรสุทธิเท่ากับ 560 ล้านบาท (-8%QoQ, +115%YoY) ตามคาด
• MC กำไรสุทธิเท่ากับ 195 ล้านบาท (0%QoQ, -6%YoY) ดีกว่าคาด 15%
• PS กำไรสุทธิเท่ากับ 891 ล้านบาท (-53%QoQ, -16%YoY) ตามคาด









