เริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวกในผลประกอบการ 1Q15
SYMC รายงานกำไรสุทธิ 1Q15 ทรงตัว Q-Q แต่ยังลดลงอีก 12% Y-Y อยู่ที่ 44 ล้านบาท จากผลกระทบต่อเนื่องของการลงทุนสร้างโครงข่ายที่ทำให้ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นไตรมาสละ 35-40 ล้านบาท จนกดดันอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 13.1% จาก 16.7% ใน 1Q15 แต่ถ้าพิจารณาไส้ใน เราเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวก และคาดว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบการลงทุนไปแล้วใน 3Q14 โดย
- รายได้รวมเพิ่มขึ้น 3% Q-Q และ 13% Y-Y อยู่ที่ 334 ล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหน่วยธุรกิจ แต่ที่โตแรงและมีนัยสำคัญกับรายได้คือ IPLC (บริการวงจรส่วนบุคคลระหว่างประเทศ) และ Private Network เพิ่มขึ้น 33% Y-Y และ 21% Y-Y ตามลำดับ ส่วน Internet Access ที่มีสัดส่วนรายได้มากสุดเพิ่มขึ้น 2% ทั้ง Q-Q และ Y-Y
- EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 46.5% มากกว่า 4Q14 และ 1Q14 ที่ 45.4% และ 42.7% ตามลำดับ สะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทำได้ดีขึ้น โดยค่าเช่าโครงข่ายที่ลดลงเหลือเพียง 3% จากระดับปกติที่ 7-10% ของรายได้รวม
แนวโน้ม 2Q15 คาดว่าจะเห็นพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น จากการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในการลงทุนโครงข่ายตลอด 3 ปีที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ โดยเราคาดหวังจากการเติบโตของ IPLC และ Private Network ที่ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก ทั้งตามภาวะอุตสาหกรรมที่โตแรง (ปี 2013-14 โตเฉลี่ย 55% Y-Y ตามรายงานตลาดบริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ของ กสทช.) และส่วนแบ่งทางการตลาดของ SYMC ที่ยังต่ำ (ประมาณ 5-10%)
การลงทุนโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำกดดันกำไรอีกไม่มาก เนื่องจากมูลค่าการลงทุน (700 ล้านบาท) ไม่ถึงครึ่งของการลงทุนบนบก และแม้จะตัดค่าเสื่อม 15 ปีสั้นกว่าบนบกที่ 20 ปี แต่ก็ทำให้ต้นทุน+ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นไม่ถึง 15 ล้านบาทต่อไตรมาส ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยการเพิ่มขึ้นของรายได้ในรอบ 2 ปีที่ประมาณ 14 ล้านบาทต่อไตรมาส เราจึงยังเชื่อช่วงที่แย่สุดของ SYMC ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งนั่นหมายถึงกำไรสุทธิหลังจากนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงขยายตัว โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า









