กำไรงามสุดๆ
กำไรสุทธิเกินคาดกว่า 12%
CPALL รายงานกำไรสุทธิที่ 3.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%YoY และ 35% QoQ ผลประกอบการดีกว่าที่เราคาดไว้ 12% และสูงกว่าที่ตลาดคาดถึง 20% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่น้อยกว่าคาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 11%YoY เป็น 96 พันล้านบาทในไตรมาส 1/58 ในขณะที่ยอดขายร้าน 7-Eleven เพิ่มขึ้น 10% เป็น 55 พันล้านบาท โดยยอดขายสาขาเดิม (ไม่รวมT&E) ของ7-Eleven เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% เทียบกับที่เราคาดไว้ที่ 1% ยอดขายสาขาเดิมที่ค่อนข้างทรงตัวมาจากการลดลงของยอดขายอาหารแห้ง (คิดเป็น 20% ของยอดขาย) ในขณะที่ยอดขายของอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม และสินค้าที่ไม่ใช่อาหารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการซื้อต่อครั้งเพิ่มขึ้น 1.6%YoY เป็น 63 บาท ในขณะที่จำนวนการซื้อต่อครั้งลดลงล็กน้อย 0.1%YoY เป็น 1,243 ครั้ง/ร้าน/วัน โดยบริษัทสามารถขยายสาขา 7-Eleven ได้ 207 ร้านในไตรมาส1/58 ซึ่งคิดเป็น 35% ของเป้าหมายทั้งปี 58
อัตรากำไรของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 27.7% เพิ่มขึ้น 30bps YoY จากต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลง ในขณะที่อัตรากำไรของสินค้าที่ไม่รวมT&E ทรงตัวที่ 25.7% เนื่องจากอัตรากำไรของสินค้าอาหารที่ลดลง 10bps YoY ถูกชดเชยด้วยอัตรากำไรของสินค้าที่ไม่ใช่อาหารที่เพิ่มขึ้นกว่า50bps ทั้งนี้อัตรากำไรของอาหารที่ลดลงมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมการขาย โดยเครื่องดื่มซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีส่วนต่างกำไรต่ำกว่าอาหารพร้อมรับประทาน เติบโตได้ดีกว่า หนุนโดยการออกโปรโมชั่นของผู้ผลิตชาเขียวรายใหญ่ ส่วนการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรของสินค้าที่ไม่ใช่อาหารเกิดจากยอดขายในกลุ่มสินค้า personal care ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 4% เป็น 17 พันล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายต่อยอดขายลดลงเหลือเพียง 17.9% ในไตรมาส1/58 จาก 19.1% ในไตรมาส1/57 จากการลดลงของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ MAKRO อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารน้อยกว่าที่เราคาดคือการปรับลดลงของค่าไฟฟ้าอันเนื่องมาจากการปรับลดค่า FT ในเดือนม.คที่ผ่านมา
ดอกเบี้ยจ่ายต่ำลง4% QoQ จากการรีไฟแนนซ์เงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำลง
แนวโน้ม
การเติบโตของกำไรในไตรมาส 2/58-4/58 น่าจะยิ่งดีกว่าในไตรมาส 1/58 ที่ผ่านมา เนื่องจากได้แรงสนับสนุนจากฐานที่ค่อนข้างต่ำในปี 57 (เคอร์ฟิวส์ในไตรมาส 2/57 และโปรโมชั่นแสตมป์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในครึ่งหลังปี57) การลดลงของค่า FT ในเดือน พ.ค. และดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับประมาณการกำไรปี 58 ขึ้น 11% จากกำไรไตรมาส 1/58 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และค่าไฟฟ้าที่ลดลงในไตรมาส 2/58-4/58 ดังนั้นราคาเป้าหมายสิ้นปี 58 จึงเพิ่มขึ้นเป็น 54 บาทจาก 49 บาท
คำแนะนำ
แม้ว่าการบริโภคในประเทศและยอดขายของสาขาเดิมยังคงชะลอตัว แต่เราคาดว่ากำไรของ CPALL จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ราคาซื้อขายปัจจุบันก็น่าสนใจ โดยซื้อขายอยู่ที่ PER ที่ 27.4 เท่าซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวอยู่ 0.1 ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ในขณะที่แนวโน้มการเติบโตของปีนี้แข็งแกร่งกว่าในหลายปีที่ผ่านมา เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” และ CPALL เป็นหุ้นที่เราชอบที่สุดในกลุ่มค้าปลีก









