เด้ง"อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม "ปลัดพลังงาน เบื้องหลังผลประโยชน์ทับซ้อนโครงการพลังงาน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงเบื้องหลังการโยกย้ายนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานอาจจะมีสาเหตุมาจากผลประโยชน์ทับซ้อนจากโครงการพลังงาน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 58 ก่อนหน้าที่จะถูกย้ายฟ้าผ่าในครั้งนี้ นายอารีพงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) เพิ่งอนุมัติทิ้งทวนโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ค้างท่อจำนวนถึง 92 โครงการกำลังผลิตรวม 482 เมกะวัตต์ และการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 10 โครงการจำนวน 39.69 เมกะวัตต์
แบ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 4 โครงการ 10.84 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 2 โครงการ 1.85 เมกะวัตต์ และขยะ 4 โครงการ 27 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่มีการยื่นข้อเสนอเข้ามาตั้งแต่ปลายปี 57
การอนุมัติทิ้งทวนการรับซื้อไฟเข้าระบบในโครงการเหล่านี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่ากระทรวงพลังงานปล่อยให้มีการนำใบอนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซล่าร์เซลไปเร่ขายเมกกะวัตต์ละ 7-8 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ โดยมีเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง
จนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาปรามเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และสั่งให้กระทรวงพลังงานเข้มงวดเรื่องของใบอนุญาตที่ห้ามมีการซื้อขายใบอนุญาต ถึงขั้นขู่ถ้าใครไม่ทำโครงการจริงพร้อมยึดใบอนุญาตคืน
"กระทรวงพลังงานอ้างว่าจำเป็นต้องเร่งดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งจากเชื้อเพลิงขยะชีวมวล และก๊าซชีวภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาจากขยะ และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร แต่ในส่วนของโรงไฟฟ้าจากโซล่าร์ฟาร์มที่ค้างท่ออยู่นับ 100 โครงการนั้นถูกยัดไส้เข้ามาในโครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน จนมีการขยายโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์จาก 2,800 เมกกะวัตต์เป็น 3,800 เมกกะวัตต์ หรือมีใบอนุญาตเพิ่มขึ้นอีก 800 เมกะวัตต์"
ด้วยเหตุนี้ หากมีการขายใบอนุญาตกันจริง 7-8 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ จะมีเงินสะพัด 7,000-8,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งจากกระแสข่าวของผลประโยชน์คละคลุ้ง จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้ รมว.พลังงาน ตัดสินใจโยกย้ายปลัดพลังงานครั้งนี้หรือไม่









