วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

TOP - ซื้อเมื่ออ่อนตัว

กำไร 1Q58 ที่ 4.5 พันล้านบาท +524%QoQ +77%YoY

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- TOP รายงานกำไรสุทธิ 1Q58 เพิ่มขึ้น 524% QoQ และ 77%YoY: TOP แจ้งกำไรสุทธิ 1Q58 ต่ำกว่าที่ราคาดไว้ 6 % มีกำไรสุทธิ 4,498 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นเนื่องจากโรงกลั่นหลายแห่งในสหรัฐมีการปิดซ่อมบำรุงและหยุดการผลิตจากการประท้วงของคนงาน ส่งผลให้ค่าการกลั่นของ TOP ปรับตัวขึ้นจาก 4Q57 ที่ระดับ 0.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 8.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้งมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันดิบลดลงจากไตรมาสก่อน ธุรกิจอะโรเมติกส์ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา เนื่องจากอุปทานในผลิตภัณฑ์ Benzene ที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตของโรงงานโอเลฟินส์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาในตลาดคอยกดดันราคาผลิตภัณฑ์ ส่วนผลิตภัณฑ์ Paraxylene ยังคงถูกกดดันจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังคงซบเซาตามเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว สำหรับธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นยังคงถูกกดดันจากอุปทานในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นจากโรงกลั่นในสหรัฐและเกาหลี ธุรกิจยางมะตอยมีแนวโน้มดีขึ้นจากความต้องการยางมะตอยเพื่อซ่อมแซมและก่อสร้างถนนของประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม

- มีกำไรจากค่าเงินบาท 675 ล้านบาท : จากการที่ค่าเงินบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค.อยู่ที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ซึ่งแข็งค่าขึ้น 0.30 บาทต่อดอลลาร์ จาก ณ สิ้นเดือนธ.ค.ที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ TOP มีกำไรจากค่าเงินบาทอยู่ที่ 675 ล้านบาทซึ่งสูงกว่าที่เราประมาณการ 255 ล้านบาท เนื่องจากทางเราประเมินหนี้สินเงินตราต่างประเทศของ TOP ต่ำไป

- ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้นสู่ 627 ล้านบาท : ซึ่งสูงกว่าที่เราประมาณไว้ที่ 366 ล้านบาท เป็นผลมาจากการมีเงินบริจาคเข้ามูลนิธิประมาณ 190 ล้านบาทซึ่งจะเกิดเพียงครั้งเดียวทำให้เรายังไม่มีการปรับเพิ่มประมาณการในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารขึ้นจึงไม่ได้กระทบกำไรสุทธิในปี 2015 ของ TOP มากนัก

- คงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 62.00 บาท : จากผลประกอบการที่ออกมาใกล้เคียงกับที่ทางเราคาดไว้ แม้ว่าจะคิดเป็น 39% ของประมาณการกำไรทั้งปี แต่มีแนวโน้มที่ผลประกอบการในไตรมาส 2 จะปรับตัวลงเนื่องจากค่าการกลั่นมีแนวโน้มอ่อนตัวลงหลังโรงกลั่นในประเทศสหรัฐเริ่มกลับมาดำเนินงานตามปกติ และ Spread ของผลิตภัณฑ์ Aromatic ที่ยังอยู่ในระดับต่ำคอยกดดันกำไรของ TOP ทำให้เรายังคงประการกำไรตามเดิมที่ 11,402 ล้าน โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TOP ด้วยวิธี P/E Ratio อิง Prospective P/E ที่ 11 เท่า คาดการณ์ EPS ที่ 5.6 บาททำให้ได้ราคาเหมาะสมปี 58 ที่ 62 บาท/หุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดไม่มากจึงแนะนำเพียง “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”