กำไรสุทธิไตรมาส 1/58 มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปี
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าเราจะคาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่ม SAMART ในไตรมาส 1/58 จะแย่ลง YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานที่แย่ลงของ SIM SAMTEL และ OTO แต่เราเชื่อว่ากำไรสุทธิของกลุ่ม SAMART ในไตรมาส 1/58 มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดว่ากำไรสุทธิตั้งแต่ไตรมาส 2/58 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ของ SIM มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ (แต่ลดลง YoY) เนื่องจากการปรับกลยุทธ์การขายในรูปแบบใหม่ที่ทำการบันเดิลกับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และคาดว่ากำไรสุทธิของ SAMTEL มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากคาดว่างานใหม่ที่จะเซ็นสัญญาในไตรมาส 2/58 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านบาท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น SAMART เนื่องจากอัพไซต์ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศกัมพูชาซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT ได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2558
ส่องกล้องไตรมาส 1/58 – กำไรหลักแย่ลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ของ SAMART ที่ 250 ล้านบาท ลดลง 38% YoY และ 21% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการขายสินทรัพย์ กำไรหลักอยู่ที่ 241 ล้านบาท ลดลง 38% YoY และ 29% QoQ กำไรหลักที่แย่ลงเนื่องจากกำไรหลักของ SIM SAMTEL และ OTO ที่หดตัวลง ซึ่งมีแนวโน้มกลบผลกระทบของกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทสามารถ เอ็นจิเนียริ่ง (SE) และบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ SAMART ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
กำไรหลักของ SIM ในไตรมาส 1/58 แย่ลง
เราคาดว่า SIM มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 105 ล้านบาท ลดลง 47% YoY แต่เพิ่มขึ้น 47% QoQ กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 52% YoY แต่เพิ่มขึ้น 28% QoQ เนื่องจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลง รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเปิดตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือราคาถูกยี่ห้อของตัวเองที่เจาะตลาดระดับล่างมากขึ้น SIM ทำการขายเครื่องโทรศัพท์ไปจำนวนทั้งสิ้น 9.3 แสนเครื่องในไตรมาส 1/58 ลดลง 14% YoY และ 30% QoQ ทั้งนี้ให้ตั้งข้อสังเกตว่าบริษัททำการขายบิ๊กล๊อตเครื่องโทรศัพท์จำนวน 5 แสนเครื่องให้กับ DTAC ในช่วงไตรมาส 4/57 เราใช้สมมติฐานราคาขายเครื่องเฉลี่ยที่ 2,400 บาทต่อเครื่องในไตรมาส 1/58 ลดลง 18% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5% QoQ เราคาดเนื่องจากไม่มีการขายบิ๊กล๊อตเกิดขึ้นในไตรมาสนี้
กำไรหลักของ SAMTEL ในไตรมาส 1/58 แย่ลง
เราคาดว่า SAMTEL มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 130 ล้านบาท ลดลง 38% YoY และ 14% QoQ กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 127 ล้านบาท ลดลง 37% YoY และ 23% QoQ กำไรสุทธิที่ลดลงเนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า รวมถึงมีการเปิดประมูลงานของภาครัฐเพียงแค่ไม่กี่โครงการในไตรมาส 1/58 บริษัททำการเซ็นสัญญางานใหม่ซึ่งมีมูลค่าเพียง 500 ล้านบาทเท่านั้นในไตรมาส 1/58 เทียบกับในไตรมาส 4/57 ที่เซ็นสัญญางานใหม่ไปจำนวน 3.3 พันล้านบาท มูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ ณ ปลายไตรมาส 1/58 ลดลงเหลือ 6.07 พันล้านบาท เทียบกับ 6.91 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2557
สามารถเอ็นจิเนียริ่ง และบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนหนุนกำไรไตรมาส 1/58 ของ SAMART
เราคาดว่า OTO มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิ 12 ล้านบาทในไตรมาส 1/58 ลดลง 51% YoY แต่พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 2 ล้านบาท เราคาดว่าบริษัทสามารถเอ็นจิเนียริ่งมีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/58 ที่ 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,246% YoY (เนื่องจากยอดขายกล่องทีวีดิจิตอลในไตรมาส 1/58 จำนวน 3.4 แสนกล่อง) แต่ลดลง 52% QoQ (เทียบกับยอดขายกล่องทีวีดิจิตอลจำนวน 6 แสนกล่องในไตรมาส 4/57) ส่วนบริษัทย่อยอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดฯ ของ SAMART เช่น วิทยุการบินที่กัมพูชา โรงไฟฟ้ากัมปอตที่กัมพูชา และวิชั่นและเซ็คเคียวริตี้ คาดว่าจะรายงานผลการดำเนินที่ทรงตัวหรือปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY








