สำหรับนักลงทุนระยะสั้น ที่รับความเสี่ยงได้ รอซื้อเก็งกำไรบริเวณแนวรับหลัก 1485 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ รีบาวด์ทางเทคนิค ปัจจัยโดยรวมยังเป็นลบ แนะรอเก็งกำไรสั้นแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน บริเวณแนวรับ 1485 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ รีบาวด์ทางเทคนิค แนวต้าน 1505/1510 จุด แนวรับ 1495/1485 จุด โดยการรีบาวด์ จะจำกัด เนื่องจาก ปัจจัยโดยรวมทั้งจากภายในและนอกประเทศยังเป็นลบ โดยตลาดหุ้นโลกวานนี้ฟื้นตัวจากแรงขายในตลาดพันธบัตรที่ชะลอลง แต่เรามองการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นความเสี่ยงของตลาดหุ้นโลกในระยะถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเฟดใกล้ปรับขึ้นดอกเบี้ย วันนี้ จับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานและอัตราการว่างงานของสหรัฐ และฝั่งยุโรปจับตาการเจรจาหนี้กรีซที่ส่อเค้าว่าจะยังไม่ได้ข้อตกลงภายใน
วันจันทร์หน้า ส่วนปัจจัยในประเทศยังขาดแรงหนุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังอ่อนแอ แม้วานนี้มีแรงซื้อกลับบางส่วนในหุ้นธนาคาร แต่วันนี้หุ้นพลังงานอาจมีแรงเทขายจากราคน้ำมันดิบที่กลับมาอ่อนตัว
กลยุทธ์ สำหรับนักลงทุนระยะสั้น ที่รับความเสี่ยงได้ รอซื้อเก็งกำไรบริเวณแนวรับหลัก 1485 จุด โดยกำหนดจุดตัดขาดทุน หากดัชนีฯ ต่ำกว่า 1480 จุดลงไป
1. หุ้นที่มีการปรับ Target Price สูงสุด ได้แก่ CFRESH+190.7% ESSO+10.0% EPG+8.1% STANLY+6.7% PLANB+4.7% และ หุ้นที่อาจมีแรงขายระยะสั้น (อาจเป็นจังหวะซื้อสะสมสำหรับลงทุน 3 เดือน ได้แก่ SPALI RS WORK)
2. หุ้น บจ. กำไรเติบโตดี (หุ้น High Growth ที่มี %upside >10% ได้แก่ BCP AAV MONO NWR PACE SGP TRT ERW)
ปัจจัยต่างประเทศ
จับตาตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ จากระยะหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณค่อนข้างชะลอตัว และวันก่อนหน้า ADP รายงานการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเพียง 169,000 รายในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 205,000 ราย ขณะที่ผลสำรวจคาด การจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 228,000 ราย ในเดือน เม.ย. จาก 126,000 ราย ในเดือน มี.ค. และคาดอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% จาก 5.5% ในเดือน มี.ค.
ปัจจัยในประเทศ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลงลงต่อเนื่องในเดือน เม.ย. วานนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. 58 อยู่ที่ 76.6 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และต่ำสุดในรอบ 10 เดือน โดยผู้บริโภคยังกังวลปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้าและความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต
โดยภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังค่อนข้างฟื้นตัวได้ช้า ขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2015 เติบโต 3.0% โดยอีไอซีประมาณการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้ว่าจะหดตัว 1.3% นอกจากนี้ คาดว่าธปท. จะกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องด้วยการลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ 1.25% และคาดค่าเงินบาทปลายปีที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์
สัญญาณทางเทคนิค : ระยะสัปดาห์ ดัชนีฯ มีโอกาสของการปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังวานนี้ปิดต่ำกว่าระดับ 1500 จุด โดยปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นพอสมควร โดยดัชนีฯ มีแนวรับถัดไปที่ 1495/1485 จุด โดยบริเวณ 1485 จุด เป็นจุดต่ำสุดเดิมของการปรับลงรอบที่แล้วถ้าต่ำกว่าบริเวณนี้ลงไป โอกาสของการลงต่อเนื่องไปสู่แนวรับ 1450/1420 จะเปิดกว้าง ขณะที่ indicator ระยะสั้น ส่งสัญญาณเป็นลบ









