ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 – 59 ลงจากเดิม
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าจะมีการปรับผังรายการสำหรับช่องเอชดีและช่อง MCOT แฟมิลี่ตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ.-เม.ย. แต่รายได้โฆษณาทีวีของ MCOT ช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ก็ยังคงไม่เห็นผลกระทบทางบวกจากการปรับผังรายการดังกล่าวแต่อย่างใด เราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/58 จะยังคงมีแนวโน้มแย่ลง YoY เนื่องจากทั้งสองช่องยังคงสูญเสียเรตติ้งช่องและส่วนแบ่งผู้ชมอย่างต่อเนื่อง เราคาดว่าความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของบริษัทมีแนวโน้มลดลงถ้าเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายอื่นๆ เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59 ลงอีก 25% และปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 10.50 บาท เรายังคงคำแนะนำ ขาย สำหรับหุ้น MCOT
ส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งช่องในไตรมาส 1/58 ยังคงลดลงต่อเนื่อง
ตัวเลขส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งช่องของนีลสันบ่งชี้ว่าทั้งส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งช่องของ MCOT ยังคงลดลงต่อเนื่องในไตรมาส 1/58 โดยเรตติ้งช่องเฉลี่ย (อายุ 4 ปีขึ้นไปสำหรับทั้งประเทศ) ของช่องเอชดี (ซึ่งออกอากาศคู่ขนานกับช่องอนาล๊อก) ลดลงจาก 0.53 ในไตรมาส 1/57 มาอยู่ที่ 0.385 ในไตรมาส 4/57 และ 0.251 ในไตรมาส 1/58 ในขณะที่เรตติ้งช่องแฟมิลี่ของ MCOT ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 0.01 ส่วนแบ่งผู้ชมรวมของ MCOT สำหรับทั้งสองช่องลดลงจาก 7.5% ในไตรมาส 1/57 มาอยู่ที่ 5.2% ในไตรมาส 4/57 และ 3.7% ในไตรมาส 1/58 เราประเมินว่าเรตติ้งช่องที่ปรับตัวลดลงอีกเป็นผลมาจากการที่ WORK ถอดรายการทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ คุณพระช่วย ชิงช้าสวรรค์ ใครคือใครไอเดนติตี้ไทยแลนด์ และมายแมนแคนแฟนฉันเก่ง ออกจากช่องเอชดีของ MCOT ไปอยู่ในช่องทีวีดิจิตอลของ WORK เอง ให้สังเกตว่าเรตติ้งช่องของ MONO แซงหน้า MCOT ไปแล้วสำหรับในเดือนมี.ค.58 (เรตติ้งของ MONO ที่ 0.24 เทียบกับเรตติ้งของ MCOT ที่ 0.225)
ยังคงไม่เห็นปัจจัยบวกจากการปรับผังรายการในช่วงเดือนก.พ.-มี.ค.
MCOT ทำการปรับผังรายการสำหรับช่องเอชดีในเดือนก.พ. และเริ่มออกอากาศคอนเท้นต์ใหม่ในเดือนมี.ค. 2558 เรายังคงไม่ได้เห็นผลกระทบทางบวกใดๆ จากการปรับผังรายการในช่วงเดือนมี.ค.และเม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ MCOT จะทำการปรับผังช่องแฟมิลี่ในเดือนเม.ย.และพ.ค. พร้อมกับใช้กลยุทธ์โดยนำรายการรีรันมาฉายซ้ำเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน เรายังคงตั้งข้อสงสัยว่าการปรับผังรายการในช่วงเดือนก.พ.ถึงพ.ค. จะส่งผลบวกต่อรายได้โฆษณาของ MCOT ในไตรมาส 2/58 หรือไม่ และคาดว่าทั้งสองช่องจะต้องมีการปรับผังรายการครั้งใหญ่อีกรอบในช่วงไตรมาส 4/58
ส่องกล้องไตรมาส 1/58 – กำไรสุทธิลดลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 28 ล้านบาท ลดลง 86% YoY และ 48% QoQ ประมาณการใหม่ของเราต่ำกว่าประมาณการก่อนหน้าอย่างมากซึ่งก่อนหน้าเราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 100 ล้านบาท กำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมากเป็นผลมาจากการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้โฆษณา (ซึ่งเป็นผลจากช่วงโลว์ซีซั่น การบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลง และเรตติ้งช่องที่ปรับตัวลดลง) และรายได้ค่าสัมปทาน (เนื่องจากทรูวิชั่นส์ยังคงย้ายผู้ใช้บริการจากสัมปทานของ MCOT ไปอยู่บนใบอนุญาตของกสทช.) แต่ในไตรมาสนี้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในขายและบริหารถือว่าลดลงทั้ง YoY และ QoQ เราคาดว่ารายได้โฆษณาทีวีและรายได้สัมปทานในไตรมาส 2/58 มีแนวโน้มลดลง 35% YoY และ 42% YoY ตามลำดับ สำหรับรายได้โฆษณาวิทยุยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้น 13% YoY
ปรับลดกำไรสุทธิปี 2558 ลงจากเดิม และปรับลดราคาเป้าหมาย
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59 ลงอีก 25% (เหลือ 400 ล้านบาทในปี 2558 และเหลือ 430 ล้านบาทในปี 2559) เพื่อสะท้อนรายได้รวมปี 2558-59 ที่ปรับลดลง เราทำการปรับลดประมาณการรายได้ในช่วงปี 2558-59 ของเราลงอีก 20% (เหลือ 3.7 พันล้านบาทสำหรับปี 2558 และ 3.9 พันล้านบาทสำหรับปี 2559) ดังนั้นราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ปรับลดลงอีก 25% เหลือ 10.50 บาท








