หอการค้าไทย เผย แรงงานมีภาระหนี้สูงถึง 94.1% ขณะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ระดับ 117,839 บาทต่อครัวเรือน พร้อมขอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 398 บาท
น.ส.อุมากมล สินทรสุรัติ นักวิชาการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจแรงงานไทยจากกลุ่มตัวอย่างเมื่อต้นเดือนเมษายน พบว่า ครัวเรือนของไทยเฉลี่ย 3-4 คน มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วนถึงร้อยละ 13.3 รายได้ 15,000-30,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน มีสัดส่วนร้อยละ 55 ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่า 15,000-30,000 บาทต่อเดือน มีสัดส่วนถึงร้อยละ 61.9 ทำให้มีเงินออมเพียงเล็กน้อย แรงงานไทยส่วนใหญ่มีภาระหนี้สินถึงร้อยละ 94.1
ทั้งนี้ การกู้เงินสัดส่วนร้อยละ 31 นำเงินกู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนอีกร้อยละ 19.8 นำไปใช้หนี้เงินกู้ โดยมีภาระหนี้สินต่อครัวเรือน 117,839 บาทต่อครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบร้อยละ 40.4 และเงินกู้นอกระบบร้อยละ 59.6 สำหรับกิจกรรมในวันหยุดแรงงานต่อเนื่อง 5 วัน เตรียมเดินทางออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ห้างสรรพสินค้ ดูหนัง ท่องเที่ยว ทำบุญ พักผ่อนอยู่บ้านในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ประเมินว่ามีค่าใช้จ่ายในช่วงวันหยุดด้านต่าง ๆ เฉลี่ย 1,158 บาท คาดเงินสะพัด 1,999 ล้านบาท
นายวัชร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แรงงานขอปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำ 398 บาทต่อวัน และอีก 3 ปีข้างหน้าขอปรับเพิ่มเป็น 491 บาทต่อวัน โดยแรงงานส่วนใหญ่เรียกร้องรัฐบาลช่วยเหลือภาระหนี้สินและปรับค่าแรงานขั้นต่ำ และกังวลในเรื่องเงินชำระหนี้ไม่เพียงพอ สัดส่วนร้อยละ 69.9 โดยมียอดการออมเพียงร้อยละ 21.8 ของแรงงานทั้งหมดต่ำสุดตั้งแต่ปี 2552 มีภาระดอกเบี้ยนอกระบบร้อยละ 20 ต่อเดือน เมื่อเงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน และต้องผ่อนชำระหนี้นอกระบบกว่า 8,000 บาทต่อเดือน จึงเป็นปัญหาต่อครอบครัวมาก เมื่อกระทรวงการคลังเดินหน้าโครงการนาโนไฟแนนซ์จะช่วยเหลือภาระหนี้นอกระบบได้มากขึ้น









