วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ชนินท์ ว่องกุศลกิจ’วันที่เจ้าพ่อถ่านหินเกษียณ

ทิ้งทวนเก้าอี้ซีอีโอบ้านปูปลุกป้ั้นมา 32ปีรับสงกรานต์ง'ชนินท์ ว่องกุศลกิจ' เพื่อนชาวญี่ปุ่นทัก ‘You are free !’ประโยคนี้ทำชายวัย64หัวใจพองโต

6-7 ปีก่อน อยากวางมือละบทบาท "บริหาร" ธุรกิจลง แต่โอกาสไม่เอื้อ จากสถานการณ์ธุรกิจถ่านหินที่อาการไม่สู้ดี กรรมการบริษัท เลยขอให้เขาทำหน้าที่กุมบังเหียนธุรกิจต่อไปอีกระยะ สำหรับ "ชนินท์ ว่องกุศลกิจ" กรรมการ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู

เจ้าพ่อถ่านหิน “แสนล้าน” !!

จนเมื่อถึงปลายปี 2557 สถานการณ์ธุรกิจเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งเจ้าตัวไม่อยากให้แผนสืบทอดผู้นำธุรกิจต้องทอดยาวออกไป จนเกิดอาการเสียจังหวะ จึงได้เวลาผละจากตำแหน่ง

“ความต้องการของทีมที่เขาอยากจะทำอะไรต่อมิอะไร ถ้าเราให้เขาได้ปุ๊บจะดี เสิร์ฟตรงเวลาพอดี”

ชนินท์ ยังเล่าว่า ที่ผ่านมาเล็งทายาทธุรกิจจากผู้บริหารระดับสูงไว้ 3 คน ก่อนมาลงล็อกที่ลูกหม้อมือดีที่อยู่ร่วมองค์กรมา 30 ปีอย่าง “สมฤดี ชัยมงคล” อดีตผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน มานั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา

“ในตำแหน่งซีอีโอ จะมี 2 คนขับเคี่ยวกัน บางคนรู้ว่าใครจะขึ้นมา แต่ทั่วๆไปไม่รู้ ” เขาเล่า

มีคนถามว่า “ผมเกษียณเร็วไปไหม ?” เจ้าตัวบอกว่า..  

“ตั้งใจไว้นานแล้ว แต่คนที่จะให้รับตำแหน่งต่อ ยังกล้าๆกลัวๆ โดยแนวทางในการสร้างทางฝ่ายบริหารของบ้านปู จะมาทางสายอาชีพหมดไม่เคยมีคนในตระกูล (ทายาท) ไปรอ”  

ชนินท์ ยังระบุว่า ทุกตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบ้านปู จะมีมือวางอันดับ 1-2-3 (N-1, N-2 และ N-3) ไว้อยู่แล้ว เรียกว่า ทุกตำแหน่งล้วนถูกวางขุนพลที่พร้อมขยับขึ้นมานั่งเก้าอี้ที่สูงกว่า อย่างน้อย 2 คน โดยจะรีวิวความสามารถปีละ 2 ครั้ง

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเกิดการสับเปลี่ยนชื่อ “ตัวเต็ง” อยู่เนืองนิตย์  

“บางทีก็จะมีชื่อบางคนที่โดดเด่นขึ้นมา หรือบางปีก็จะมีชื่ออีกคนซึ่งเป็นคนที่มีศักยภาพ ขยับไปทำงานอีกงานหนึ่ง ก็ต้องมีคนใหม่เข้ามาประจำการแทน”

ส่วนบทบาทของเขาหลังเกษียณ ชนินท์ร้องเสียงสูง ..

“อ๋อ..ผมก็อยู่อย่างเดิม คงอยู่ห่างๆ เพราะว่าทางกรรมการเขาขอให้ผมช่วยให้คำปรึกษาเป็นระยะๆ” ทำให้เขายังคงรั้งตำแหน่ง “ที่ปรึกษา” ทำหน้าที่ดูแลภาพกว้าง ในเรื่องโอกาสทางธุรกิจ เทคโนโลยี เทรนด์

นอกจากนี้ ความคิดหลังเกษียณยังเปลี่ยนไป โดยพยายามจะ“ไม่คิดเยอะเรื่องงาน” ไม่เช่นนั้นจะจมจ่อมกับสิ่งนั้น ต้องดึงตัวถอยออกมา เจ้าตัวเล่า

“เกษียณแล้วคิดคนละแบบ เราต้องดึงตัวถอยออกมามากขึ้น ตอนนี้รู้สึกว่าทีมงานทุกคนฮึกเหิม ถ้าเราจะไปหยุดความฮึกเหิมเขาก็ไม่ได้ ถ้าเราไปฮึกเหิมมากคนอื่นก็จะหยุด เราต้องลดความฮึกเหิมของเราลง เพื่อให้คนอื่นฮึกเหิมมากขึ้น” 

ภารกิจหลังเกษียณอีกอย่างที่เพิ่งทำ คือการเดินทางไปเที่ยวแดนปลาดิบ ใช้เวลากับครอบครัวที่นั่น ระหว่างเดินสำรวจตลาดเพื่อหาร้านอาหาร เขากลับพบมิตรภาพที่หล่นหายไปนาน

"ตอนนี้กำลังสบาย (หัวเราะ) อย่างล่าสุดเจอเพื่อนชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เจอกันมากว่าสิบปี ขำมากเลยนะ ผมไปเจอกันกลางตลาด ไปเที่ยวกับครอบครัว ระหว่างเดินดูร้านอาหาร เขามาทักผม เขาเคยอยู่มิตซูบิชิ แล้วไปอยู่ที่อื่นมา..12 ปีที่ไม่เจอกัน เขาจำผมได้ เอ๊ะ! ชนินท์ ชนินท์ซัง เออ..ใช่ จำผมแม่นมาก      

ผมเลยบอกเขาว่า ผมเกษียณแล้วนะ เขาพูดว่า You‘re free คือคุณอิสระแล้วนะ ผมก็เลยเอ้อ..บางทีคำอุทานพวกนี้มันช่วยเราเยอะ ผม ภรรยานั่งอยู่ข้างๆ ก็เลยไปคุยกันต่อ ผมถามภรรยาว่า คุณได้ยินหรือเปล่าเมื่อกี้ เขาบอกว่า You’re free” ชนินท์ เล่าความสุขหลังเกษียณก่อนจะพูดติดตลกว่า

หากองค์กรชั้นใดจะเชิญไปนั่งตำแหน่งต่างๆ “ตอนนี้ผมระวังมากเลยนะ ว่าผมจะรับหรือไม่รับ เพราะกลัวคำว่า Free (อิสระ)จะหายไป”

32 ปีที่ปลุกปั้นบ้านปู อะไรคือผลงานชิ้นโบว์แดง ? ชนินท์ ถ่อมตัวทันทีว่า “ไม่มี” แล้วผลงานบริหารองค์กรที่เขาภาคภูมิใจล่ะ

เขาบอกว่า ในแง่องค์กร การบริหารไม่มากไม่น้อยไปกว่าระดับดีเยี่ยม (Excellent) พอใจในทั้งคุณภาพของคน ระบบ ความก้าวหน้า แนวคิดตลอดจนวัฒนธรรมในองค์กร ส่วนรายได้ระดับแสนล้าน ไม่ใช่ตัวหลักที่ใช้วัดความสำเร็จ แม้กระทั่งราคาหุ้นที่เคยพุ่งทะลุ 800 บาท

"รายได้แสนล้าน ไม่ใช่ตัววัด ผมว่าธุรกิจมีโอกาสเสมอ อยู่ที่เรา มีความมั่นคง มีคนดีๆ ความคิดถูกต้อง มันก็จะไปได้ดี" ชนินท์ย้ำเรื่องคน

การสับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้ ไม่ใช่มีเพียงตำแหน่งซีอีโอ แต่รวมสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน (Ratate) ผู้บริหารร่วม 10 ตำแหน่ง ชิ่งกันหมด โดยเฉพาะการดึงคนไปคุมทัพศูนย์การตลาดที่สิงคโปร์ เพื่อทำเทรดดิ้ง ซื้อขายล่วงหน้าถ่านหินให้เป็น “รายใหญ่ของเอเชีย” มากขึ้น

รายใหญ่ที่ว่า คือ การมุ่งป้อนถ่านหินให้โลกทะลุ 80 ล้านตัน หรือราว 10% ของถ่านหินโลกที่มีประมาณ 800-900 ล้านตัน จากปัจจุบันบ้านปูผลิตถ่านหินส่งออกราว 40 ล้านตัน เป็นเบอร์ 5 หรือ 6 ของเอเชีย โดยมีอินโดนีเซียส่งออกเบอร์ 1 ประมาณ 50 ล้านตัน และมีออสเตรเลียไล่หลัง

ส่วนเป้าหมายดังกล่าวจะเห็นเมื่อไหร่ ชนินท์ หัวเราะพร้อมเลี่ยงทันควัน

“อันนี้เป็นเรื่องของคนใหม่แล้ว ถามผิดคนแล้ว ถามผิดคนแล้ว” แต่นั่นคือแผนที่วาดไว้เมื่อครั้งตั้งศูนย์การตลาดขึ้น ยิ่งถามถึงแนวโน้มราคาถ่านหินในอนาคต เขาบอกปัดว่า “โอย..อย่าถามผมเลย หมดเวลาแล้ว ถามผิดคนแล้ว”

กว่า 3 ทศวรรษที่ขับเคลื่อนบ้านปู กระทั่งส่งไม้ต่อให้ขุนพลใหม่ หรือใครจะเข้ามาสานอาณาจักรถ่านหินแสนล้านแห่งนี้ ชนินท์ หวังแค่ "ให้องค์กรได้รับการพัฒนาไปเรื่อยๆ เป็น journey (การเดินทาง) องค์กรจะไปถึงร้อยปีไหม" เขาหัวเราะอย่างมีความสุขแทนคำตอบ ----------------------------------

ผู้นำต้องมีวิชั่น-ไฟการทำงานสูง    

“สมฤดี ชัยมงคล” คือคนที่รับไม้ต่อ ชนินท์ บอกว่า ไม่มีนโยบายใดกำชับเป็นพิเศษ เว้นแต่เรื่อง “วัฒนธรรมองค์กร” เพราะตระหนักว่า องค์กรจะดีและพัฒนาสู่ความยั่งยืนได้นั้น  

สำคัญต้องอยู่ที่คน !!    

 ถ้าคนใช่และดี องค์กรก็จะดีตาม      

“เรื่องคนกับวัฒนธรรมเราให้ความสำคัญเยอะมาก ดังนั้นแนวธุรกิจ แผนธุรกิจอาจเปลี่ยนได้ ถ้าคนใช่ มันไม่ต้องห่วง เพราะจะช่วยกันคิด ช่วยกันทำได้”

 อีกคุณสมบัติหนึ่งของผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำ คือ ต้องมีวิสัยทัศน์ดีพอควร มีไฟในการทำงานสูง ยอมทุ่มเท มีความผูกพัน ซื่อสัตย์ไว้ใจได้

“มี Trust มากพอ ความเก่ง ความดี ความซื่อสัตย์ต้องเท่าๆกัน เรื่องคนจึงให้ความสำคัญมากกว่าระบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบไม่สำคัญ”  

อดีตซีอีโอบ้านปูยังบอกว่า หลายปีที่ผ่านมา ราคาถ่านหินอยู่ในช่วงขาลง ทำให้บ้านปูหันกลับมามองหาโอกาสจากธุรกิจโรงไฟฟ้า อีกขาธุรกิจที่แม้จะมีกำไรไม่มากนัก แต่มีรายได้ชัดเจน เนื่องจากจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นสัญญาระยะยาว