วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BAY - ถือ

การควบรวมส่งผลบวกระยะกลาง แต่ระยะสั้นมีค่าใช้จ่ายมากอยู่

การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหาร BAY ได้กล่าวถึงแผนทางการเงินปีนี้ และแผนระยะกลางหลังการควบรวมกับ BTMU สำเร็จแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริหารคาดหวังการเติบโตของสินเชื่อไปสู่ลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่น การสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม และการขยายฐานเงินฝากต้นทุนต่ำ จะเป็นปัจจัยสร้างกำไรในระยะ 3 ปีข้างหน้า 

สำหรับปีนี้ เราคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 1.57 หมื่นลบ. +10.6%Y-Y โดยคาดว่าความสามารถในการทำกำไรหลังการควบรวมจะลดลงในช่วงแรกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ขณะ NIM และ ROE จะชะลอลง เราคงราคาเหมาะสมที่ 42 บาท แต่ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ขาย เป็น ถือ หลังราคาหุ้นได้ปรับฐานตามกลุ่มและผลดำเนินงาน 1Q15 ที่ทำได้ต่ำคาด 

ผู้บริหารนำเสนอแผน 3 ปีหลังควบรวม BTMU – สร้าง Synergy จากฐานลูกค้าญี่ปุ่น : การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหาร BAY ได้กล่าวถึงแผนทางการเงินปีนี้ และแผนระยะกลาง BAY โดยตั้งแต่ต้นปี 2015 BAY ได้ควบรวมกับ BTMU ได้สำเร็จแล้ว การรวม BTMU ทำให้ 1. ขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่น โดย BTMU มีสินเชื่อรวมที่ 2.3 แสนลบ. ~ 20% ของสินเชื่อรวมของ BAY  2. สร้างความแข็งแกร่งให้กับรายได้ค่าธรรมเนียมยิ่งขึ้นโดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อ  3. ลดต้นทุนการเงิน โดยเงินฝากของ BTMU รวมที่ 1.47 แสนลบ. หรือราว 18% ของเงินฝากรวม เป็นเงินฝากอัตราดอกเบี้ยต่ำจากลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าสู่ CLMV โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ผู้บริหารตั้งเป้าการเป็น Top Tier Financial Group ของประเทศไทยใน 3 ปี (Mid Term Business Plan) โดยตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อ 10% ต่อปี (CAGR), การขยายฐานเงินฝาก CASA +6.5% ต่อปี เพื่อลดต้นทุนการเงินในระยะกลาง และการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม +12% ต่อปี

คงประมาณการกำไร ค่าใช้จ่ายอาจกดดันกำไรในปีแรกภายหลังการควบรวม : เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2015 ที่ 1.57 หมื่นลบ. +10.6%Y-Y เราคาดว่าความสามารถในการทำกำไรหลังการควบรวมจะลดลงในช่วงแรก อาทิ NIM คาดว่าจะลดลงราว 0.20% เป็น 4% เนื่องจากสินเชื่อของ BTMU เป็นสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนต่ำ และ NIM เฉลี่ยอยู่ที่ < 2%, คาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12%Y-Y Cost to income ratio เพิ่มเป็น 50% จาก 48.5% ในปีก่อน จากค่าใช้จ่ายลงทุนและปรับปรุงระบบต่างๆ และคาด ROE ลดลงเป็น 10% จาก 11-12% จากส่วนทุนที่เพิ่มขึ้นขณะที่กำไรจากการดำเนินงานชะลอตัว

คงราคาเหมาะสมที่ 42 บาท คำแนะนำปรับเป็น ถือ จาก ขาย : BAY ได้รายงานกำไรสุทธิ 1Q15 ที่ 4.3 พันลบ. แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้และน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงกว่าคาด ซึ่งมีแนวโน้มตั้งสูงต่อเนื่องใน 2Q15 เนื่องจากผู้บริหารยังมีมุมมองในเชิงระมัดระวังต่อคุณภาพสินเชื่อและภาวะเศรษฐกิจ

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบงานต่างๆจะสูงขึ้น ดังนั้นเราประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q15 จะชะลอลงราว 3%Q-Q มาอยู่ที่ 4.2 พันลบ. แต่ยัง +21%Y-Y แต่ปรับคำแนะนำเป็น ถือ จาก ขาย คงราคาเหมาะสมปี 2015 อยู่ที่ 42 บาท