กำไรแท้ๆ ไม่มีสิ่งอื่นเจือปน
คาดกำไร 1Q58 สูงถึง 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%YoY แม้ไม่มีรายการพิเศษช่วยเสริม เนื่องจากงานใน Backlog ปัจจุบันให้อัตรากำไรที่สูงมาก อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการซื้อเหล็กเส้นได้ที่ต้นทุนต่ำ มั่นใจกำไรสดใสตลอดทั้งปี คงคำแนะนำ ซื้อ
คาด 1Q58 กำไรสุทธิ 122.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%YoY
การเซ็นสัญญารับงานใหม่จำนวนมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ SYNTEC มี Backlog เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.3 หมื่นล้านบาท คาดว่างวด 1Q58 SYNTEC จะมีรายได้จากงานก่อสร้าง 1,720 ล้านบาท เมื่อบวกรายได้จากธุรกิจอพาร์เม้นท์ให้เช่าอีกราว 35 ล้านบาท จะมีรายได้รวม 1,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%YoY ขณะที่ประสิทธิภาพการทำกำไร น่าจะปรับตัวดีขึ้นชัดเจน เนื่องจากงานใหม่ที่รับเข้ามาช่วงหลัง ให้ Gross margin เฉลี่ยสูงถึง 12-14% อีกทั้งยังมีผลบวกจากการซื้อเหล็กเส้นได้ในราคาที่ต่ำกว่าตอนเสนอราคาประมูลมาก จึงคาดว่างวด 1Q58 SYNTEC จะทำ gross margin เฉลี่ยได้สูงถึง 14% ส่วนอัตราภาษีจ่ายในงวด 1Q58 จะใช้ที่อัตราปกติ 20% ไปก่อน เพราะยังดำเนินการนำ Tax Shield จำนวน 500 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นจากการล้มละลายของ SMJV ซึ่งเป็นทั้งบริษัทร่วมทุนและลูกหนี้ของ SYNTEC มาใช้ไม่ทัน โดยคาดว่า Tax shield ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ใน 2H58 ซึ่ง SYNTEC จะมีการโอนกลับภาษีที่ได้บันทึกไปแล้วคืนกลับมาเป็นรายได้ โดยรวมจึงคาดการณ์กำไรสุทธิงวด 1Q58 ที่ 122.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60%YoY
แนวโน้มกำไรโดดเด่นทั้งปี พร้อมลุ้นกำไรพิเศษหลายรายการ
สถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่าเอื้อหนุนต่อภาพรวมธุรกิจของ SYNTEC อย่างมาก เนื่องจากไม่มีแรงกดดันทั้งเรื่องการรับงานใหม่ ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และปัญหาต้นทุนบานปลายสำหรับโครงการใน Backlog จึงคาดว่า SYNTEC จะสามารถรักษาฐานกำไรปกติได้ในระดับสูงกว่า 100 ล้านบาท ต่อไตรมาส ในช่วงที่เหลือของปีนี้ นอกจากนี้ SYNTEC ยังมีลุ้นกำไรพิเศษอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องลูกหนี้ที่ SYNTEC มีแนวโน้มชนะคดีสูง รวมไปถึงการขายทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ในการดำเนินงานทั้งหุ้น BMCL และที่ดินเปล่า ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าราคาปัจจุบันมาก
พื้นฐานแกร่ง มีโอกาสสูงที่จะปรับเพิ่มประมาณการขึ้นอีก แนะนำ ซื้อ
ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิปีนี้ 441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%YoY ซึ่งถือว่าค่อนข้างอนุรักษ์นิยม เนื่องจากยังไม่ได้รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนและหนี้สูญโอนกลับที่ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่นอนได้ จะให้ราคาเหมาะสมภายใต้ PER 14 เท่า อยู่ที่ 3.85 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบัน 17% คงคำแนะนำ ซื้อ






