“Blacksheep Ventures” คือ Venture Capital ที่มุ่งลงทุนในธุรกิจเอสเอ็มอี “พันธุ์แกะดำ” ให้ขยับสู่ “บริษัทมหาชน” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เมื่อสถาบันการเงินของประเทศไทยทำตัวไม่ต่างจาก “โรงรับจำนำ” เจอแต่คำถามซ้ำๆ “มีหลักทรัพย์ค้ำประกันไหม?” แล้วเอสเอ็มอีที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ จะเอาอะไรไปเป็นหลักทรัพย์!
ชะตากรรมไม่ต่างกัน ที่ประสบพบเจอมาตลอดการทำธุรกิจ คือ แรงผลักสำคัญที่ทำให้ “ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์” และ “นฤมล บุญทวีกิจ” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แกะดำทำธุรกิจ บริษัทที่ปรึกษาผู้กล้าคิดต่าง คิดใหญ่ จูงมือบริษัทที่ปรึกษาน้องใหม่ “ล้มยักษ์” ที่ผู้ก่อตั้งเป็นอดีตนักการเงินซึ่งคลุกคลีอยู่กับเอสเอ็มอีมานับทศวรรษ อย่าง “ปพนธ์ มังคละธนะกุล” แท็กทีมกับ บริษัท Universal Energy & Technology ผู้สนับสนุนทางการเงิน มาร่วมก่อตั้ง “Blacksheep Ventures” ซึ่งเป็น Venture Capital (VC) ที่ร่วมลงทุนในธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อปลดล็อกอุปสรรคทางด้านการเงินของกิจการไซส์เล็ก
“ผมเป็นเอสเอ็มอีรายหนึ่งที่เริ่มต้นทำธุรกิจจากศูนย์ ซึ่งกว่าจะรอดสันดอนมาถึงทุกวันนี้ได้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมาเยอะมาก และอุปสรรคที่ใหญ่สุด ก็คือ เรื่องเงินทุน”
ผู้บริหารแกะดำ บอกชะตากรรมที่ทำให้เข้าใจหัวอกเอสเอ็มอีอย่างดี จนจุดประกายให้คิดทำเรื่องนี้เมื่อประมาณ 2 ปี ก่อน
แต่แกะดำอย่างพวกเขา มีหรือที่จะทำอะไรเหมือนคนอื่น ยิ่งโจทย์ข้อนี้เคยเกิดกับตัวเองด้วยแล้ว ก็ยิ่ง “อิน” ยิ่งเห็นจุดอ่อนของกองทุนอื่น ซึ่งเขาย้ำว่า ที่มีอยู่ยังตอบได้ไม่ตรงจุด
“กองทุนในประเทศไทย ส่วนมากจะเป็นการลงทุนเฉยๆ คือ เอาเงินไปวางไว้ แล้วก็รอให้บริษัทหรือเจ้าของเป็นคนทำให้มันโตเอง จากนั้นก็ค่อย Exit ออกไป แต่ผมว่า อย่างนี้ไม่ใช่ Venture Capital ที่สมบูรณ์”
แล้วความสมบูรณ์ที่ว่า ต้องเป็นแบบไหน เขาว่า ก็ต้องช่วยในเรื่องไอเดีย การบริหารจัดการ และเติมเงินทุนเข้าไปด้วย
มาฟังวิธีการ ที่ดูจะแปลกต่างจากกองทุนร่วมลงทุนทั่วไป ตั้งแต่ การคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีคุณสมบัติ “พิเศษ” นั่นคือ มีจิตวิญญาณ “แกะดำ” กล้าทำอะไรสวนกระแส มีไอเดียที่ท้าทายตลาด ธุรกิจสามารถขยายตัวได้ (Scalable) ทำธุรกิจโปร่งใส มีบัญชีถูกต้องไม่เข้ากระเป๋าซ้ายย้ายไปกระเป๋าไหน ปิดท้ายกับต้อง “เคมีตรงกัน” ประมาณคลิก! กันได้กับพวกเขา
“ธุรกิจต้องมีทีมงานพร้อมในระดับหนึ่ง ช่วงแรกคงไม่ใช่ Startup เสียทีเดียว แต่เหมือนเครื่องบินที่วิ่งอยู่บนรันเวย์ กำลังจะเทคออฟขึ้นฟ้า แต่ติดปัญหาบางอย่างทำให้เทคออฟไม่ได้ เช่น ขาดเงินทุน ขาดพี่เลี้ยงมาช่วยบริหารธุรกิจ เราจะเริ่มจากกลุ่มนี้”
อย่าว่าแต่ “คุณสมบัติ” แค่วิธีการคัดก็สุดต่างแล้ว เขาว่า ให้เอสเอ็มอีถ่ายคลิปวิดีโอเล่าธุรกิจของตัวเอง ความยาวไม่เกินห้านาที แล้วอัพโหลดขึ้น www.blacksheep.co.th/ventures ใครเข้าตากรรมการก็จะเรียกมาคุยกันแบบตัวต่อตัว วิธีนี้ก็เพื่อจะได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ เห็นการเล่าเรื่อง ที่จะโน้มน้าวให้คนดูให้อยากซื้อไอเดียนั้น
หนึ่งความต่างที่น่าสนใจ คือ โมเดลการเข้าไปมีส่วนร่วมกับธุรกิจนั้น ตั้งแต่การไปทำ Business transformation ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเอสเอ็มอี ให้แข็งแกร่งจากภายใน เขียนพิมพ์เขียวในการทำธุรกิจใหม่ ทำให้ไอเดียของธุรกิจ “แหลมคม” ขึ้น จากนั้น Blacksheep Ventures ก็จะเข้าไปลงทุนเพื่อสร้างอัตราเร่งการเติบโต ปลายทางคือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ได้ ภายใน 3-5 ปี!
“ดูอย่างกูเกิล คนก่อตั้งคือ แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะทั้งคู่ศึกษาอยู่ที่สแตนฟอร์ด ช่วงแรกทั้งสองคนไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งขององค์กรนะ เพราะ VC ที่ไปลงทุนบอกว่า ยังไม่พร้อมที่จะเป็นซีอีโอ นั่นคือสาเหตุที่เขาไปจ้าง เอริค อี. ชมิดท์ ให้มาเป็นซีอีโอแทน ของพวกนี้ VC เป็นคนสร้างเงื่อนไข และนี่คือความหมายที่แท้จริงของการเป็น Venture Capital” เขาบอก
กองทุนแกะดำ จึงมีบทบาทมากไปกว่าแค่ การให้เงินทุน แต่รวมไปถึง การให้ความเห็นในเรื่องของการบริหารด้วย เขาว่า วิธีนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตจากเดิม “หลายเท่า” และโตแบบ “ก้าวกระโดด” ดูตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงของ “แบรนด์ศรีจันทร์” ที่เรียกได้ว่า “พลิกฝ่ามือ” และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ตลาด ก็เป็นผลงานของพวกเขา และเชื่อว่าประสบการณ์แบบเดียวกันนี้ จะเกิดขึ้นได้อีกครั้งกับบริษัทใน Blacksheep Ventures
“เงื่อนไขการลงทุน คือ บริษัทนั้น ต้องยินดีที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พูดง่ายๆ คือ เราไม่ได้ฝันเล็ก..เราฝันใหญ่” เขาย้ำ
ฝันใหญ่ที่ว่าไม่ได้ใช้เวลานาน เมื่อจากจุดเริ่มต้น ไปจนถึงปลายทาง นำพาบริษัทสู่การเป็น “มหาชน” เขาว่า กินเวลา เร็วสุด 3 ปี ช้าสุด 5 ปี คำตอบคือ “เร็วมั่กๆ”
“พวกเราทำงานช้าไม่เป็น 3 ปี ในความหมาย คือ ปีแรกปรับโครงสร้าง ทำให้ธุรกิจแข็งแรงจากภายใน ปีที่สอง ทำให้โตอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางก็ทำกำไรไปด้วย พอปีที่ 3 ก็เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เลย” เขาบอก
สัดส่วนการลงทุนของ Blacksheep Ventures ขึ้นอยู่กับความต้องการด้านการเงินของเอสเอ็มอี โดยเงินทุนเริ่มต้นในการเข้าไปลงทุน อยู่ที่ประมาณ 50-100 ล้านบาท
ทำไมถึงมั่นใจ ว่าธุรกิจที่เข้าไปลงทุน จะสร้าง “ผลกำไร” และ “เติบโต” แถมยังจะเปลี่ยนสถานะเป็น “มหาชน” ได้เร็วขนาดนั้น เขาว่า มาจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก อย่าง ถ้าเป็นแกะขาว ไม่รับทำ ถ้าคิดไม่เหมือนกัน มีแต่เป็นภาระ ไม่รับทำ แต่ต้องเริ่มจากไว้เนื้อเชื่อใจกัน และมีสารเคมีที่ตรงกัน แบบนั้น ถึงจะเริ่มทำงานด้วยกันได้ แล้วเงินก็จะตามมาเอง
“กองทุนอื่นอาจเอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่เราเอาคนที่สารเคมีตรงกันเป็นตัวตั้ง” เขาย้ำเงื่อนไขที่เชื่อว่าจะไปสู่ความสำเร็จ
เพราะ กูเกิล เฟซบุ๊ก กับเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดโลก ก็ล้วนเกิดจากธุรกิจขนาดเล็กกันทั้งนั้น แต่กลายเป็นบริษัทระดับโลกได้ ก็ด้วยการช่วยเหลือของ Venture Capital นั่นเองที่ปลุกความฝันของพวกเขา ที่บอกเราว่า อยากสร้างเฟซบุ๊กในวงการก๋วยเตี๋ยว สร้างกูเกิลในวงการแฟชั่น
“ผมเชื่อว่าคนที่คิดริเริ่มสิ่งใหม่ คือ เอสเอ็มอี ไม่ใช่ธุรกิจใหญ่ และใครก็ตามที่มีความคิดริเริ่มใหม่ๆ ไม่ว่าจะในวงการไหน สามารถสร้างสิ่งที่เรียก นวัตกรรมของธุรกิจ ให้เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ซึ่งเราจะเข้ามาเป็นสถาปนิก เป็นวิศวกร ช่วยปรับเปลี่ยนบริบทในการทำธุรกิจ เพื่อที่จะทำให้คุณเป็นกูเกิล หรือเป็นเฟซบุ๊ก ในวงการของคุณขึ้นมาให้ได้” เขาบอกความมุ่งมั่น
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก เขาบอกว่า แม้ไม่สามารถบอกได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพการแข่งขัน ที่จะพลิกจากเดิมไป “มหาศาล” ชนิดที่ใครยังอยู่เฉย มีเดือดร้อน
“คนไทย ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คุณต้องเปลี่ยนตอนที่คุณยังแข็งแรงอยู่ เพราะถ้าเปลี่ยนตอนร่างกายอ่อนแอ ขึ้นสวรรค์ทันทีเลยนะ ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก มีคำนึงที่ผมพูดเสมอ คือ การที่วันนี้คุณยังขายของได้ ยังมีธุรกิจอยู่ในมือ ยังเป็นเบอร์หนึ่งในวงการของคุณ ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า คุณจะยังมีที่นั่งในจรวดที่จะออกเดินทางไปในอนาคต” เขาฝากไว้แค่นั้น
กับทัศนะของคนเอสเอ็มอี ที่เข้าใจหัวอกผู้ประกอบการพันธุ์เล็ก เลยหวังให้ Blacksheep Ventures ติดปีกเอสเอ็มอีไทย ไปสู่เวที “มหาชน” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“”””””””””””””””””””””””””””””
Key to success
เอสเอ็มอีที่เข้าตากองทุนแกะดำ
๐ ดีเอ็นเอแกะดำ ทำสวนกระแส กล้าท้าทายตลาด
๐ ธุรกิจสามารถขยายตัวได้
๐ ทำถูกต้อง โปร่งใส ไม่หลบซ่อน
๐ สารเคมีตรงกัน
๐ มีฝันใหญ่ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
๐ กล้าเปลี่ยนแปลง รับมืออนาคต





