วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ประกาศงบยังกดดัน พึ่งปัจจัยบวกภายนอก

SET View

- แนวโน้มวันนี้มองแกว่งตัว กรอบ 1,550 – 1,565 จุด
วันนี้ เราประเมินว่า SET จะยังมีโอกาสพักตัวและ Sideway ออกด้านข้าง โดยมีปัจจัยผสมผสานแม้ปัจจัยกดดันหลักจะยังเป็นช่วงของ Earnings Season 1Q58 ของบริษัทจดทะเบียน มีแนวโน้มไม่สดใส แต่ยังพอมีปัจจัยบวกเล็กๆเข้ามาหนุนตลาดหุ้นได้บ้าง คือ 1) ตัวเลขดุลการค้าญี่ปุ่นวานนี้ออกมาเกินดุลครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยยอดส่งออกเติบโต 8.5% YoY จากรายการรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ยอดนำเข้าได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันที่ถูกลง ถือเป็นข่าวดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและหนุนเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอย่างไทย โดยคาดว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนรถยนต์ จะได้ปัจจัยบวกทางจิตวิทยาต่อข่าวในช่วงระยะ 2-3 วันนี้ 2) นักลงทุนต่างชาติอยู่คงมีสถานะซื้อสุทธิ โดยนับตั้งแต่ตลาดหุ้นเปิดทำการหลังวันหยุดยาวสงกรานต์ซื้อสุทธิไปกว่า 8.6 พันล้านบาท หักล้างจากที่ขายสุทธิตั้งแต่ต้นปี ทำให้ปัจจุบันยังคงสถานะซื้อสุทธิราว 1.4 พันล้านบาท 3) มีปัจจัยเสริมกับมุมมองที่เราคาดว่าจะเห็นความคาดหวังเชิงบวกต่อการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุม กนง. วันที่ 29 เม.ย. นี้ จากวานนี้เราเห็นสัญญาณอ่อนตัวของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปีของไทยลงมาที่ 2.61% ทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติกาล แม้ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นในวันก่อนเห็นจากที่ SET ปรับตัวลง

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามคืนนี้ สหรัฐฯจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (PMI) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และ ยอดขายบ้านใหม่เดือน มี.ค. มีผลต่อความคาดหวังต่อการประชุม FOMC ในสัปดาห์ถัดไป

ในทางเทคนิค SET ไม่ควรหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน บริเวณ 1550 จุด จะกลับเข้าสู่ขาลงอีกครั้ง 

- กลยุทธ์การลงทุน หาก SET ยังถอยลงมาปิดไม่ต่ำกว่า 1550 จุด แนะนำ อ่อนตัวซื้อ หรือ Selective Buy ในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว

  Top Daily Pick : M (มูลค่าเหมาะสมก่อน 66.20 บาท) อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมของ MK Suki ช่วง 2 เดือนแรกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.5% ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เพิ่มขึ้น 1% เป็นการสะท้อนการฟื้นตัวของรายได้ 1Q58 ส่วนแผนขยายสาขาและมองหาแผน M&A เพื่อรุกต่างประเทศยังเป็นไปตามเป้าหมาย / CKP (มูลค่าเหมาะสมก่อน 4 บาท) กำไรสุทธิปี 2558 จะปรับเพิ่ม 14% YoY มีปัจจัยบวกจากกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าบางปะอิน และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

  Technical Pick : BTS CYBER TUF BTC EFORL (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

  Theme Play : หุ้นเด่นน่าลงทุนเดือน เม.ย. (PTTGC BANPU BCP PS WORK) / กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ (RS WORK MONO) ปัจจัยบวกจากที่ กสทช. ให้เลื่อนจ่ายเงินค่าประมูลช่องดิจิทัลงวดที่ 2 ที่จะครบกำหนดจ่ายในวันที่ 24 พ.ค. นี้ ออกไปอีก 1 ปี / กลุ่มโรงแรม (MINT ERW) การท่องเที่ยวในไตรมาสแรกฟื้นตัวสูง 23% YoY


Strategy Talk

- กลุ่มธนาคาร: ยังมีโอกาสถ่วง SET ได้อีกสั้นๆ มอง BBL แกร่งสุด

หลังผลประกอบการ 1Q58 ของกลุ่มธนาคารประกาศออกมาครบแล้ว ถือว่ายังเป็นไตรมาสที่น่าผิดหวังตามที่เราคาด โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้
1. ยอดสินเชื่อไม่ฟื้นตัว โดยยอดรวมของกลุ่มขยายตัวเพียง 0.3% QoQ และ 4.1% YoY
2. รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเป็นพระเอกที่ช่วยพยุงผลประกอบการกลุ่มนี้มาตั้งแต่ปีก่อน โดยไตรมาสนี้ยังคงเติบโตเด่นถึง 7.5%QoQ 2.5%YoY และถือว่าดีกว่าที่ consensus คาด
3. NIM และ NPL แย่ลงมากว่าที่ตลาดคาด โดย NPL กลุ่ม ปรับตัวขึ้นมาที่ 1.64% สูงสุดในรอบ 4 ปี โดยประเด็นนี้เรามองว่าน่ากังวลมากที่สุดเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของธุรกิจสินเชื่อ เนื่องจากจะกดดันให้ธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ กดดันการตั้งสำรองมากขึ้น และกดดันอัตรากำไรจากสินเชื่อใหม่อีกด้วย

ในระยะนี้จึงเห็นราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงถ่วงตลาด ซึ่งโดยภาพรวม เราเห็นธนาคารที่ผลการดำเนินงานน่าผิดหวังที่สุดจะเป็น TMB และ KTB ซึ่งกำไรอ่อนตัว QoQ และแย่กว่าที่ consensus คาด โดยก็สะท้อนมาที่ราคาหุ้น Perform ได้แย่ที่สุดในระยะนี้ด้วย ส่วน KBANK SCB และ BBL แม้รายงานกำไรไม่สดใสแต่ยังเป็นบวก QoQ เล็กน้อยจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง โดยเรามองว่าหุ้น BBL ยังคงน่าสนใจที่สุดในกลุ่ม และก็เห็นทิศทางราคาหุ้นแข็งแกร่งที่สุด โดยรายงานกำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์หลายแห่งคาด แม้เติบโตได้ช้าพอกับกลุ่มแต่ BBL ซื้อขายที่ Valuation ถูกกว่า KBANK และ SCB มากเป็นเท่าตัว (PBV ที่ 1.1 เท่า เทียบกับ 2.11 และ 2.16 เท่าของ SCB และ KBANK) ขณะที่มีงบดุลแข็งแกร่งรองรับ NPL ที่ขยายตัวทั้งกลุ่มได้ดีที่สุด มอง BBL ที่ Laggard จากการบริหารแบบอนุรักษ์นิยมมีโอกาสเป็นผู้ Outperform ในระยะนี้  ปัจจุบันฝ่ายวิจัยภัทรให้คำแนะนำ ซื้อ BBL ที่มูลค่าเหมาะสม 208 บาท เป็นหุ้นธนาคารแห่งเดียวที่มองมี Upside ในภาวะปัจจุบัน 

เรามองว่า Downside ของกลุ่มธนาคารหลังจากนี้ไม่มากแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 1.69 เท่าของมูลค่าทางบัญชี ซึ่งใกล้เคียงเท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 1.65 เท่า (ย้อนหลัง 5 ปี) โดยได้ปรับตัวลงมาจากระดับ 1.9 เท่าในปีก่อนสะท้อนผลประกอบการที่น่าผิดหวังนี้ไปพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวยังคงต้องล้อไปกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งยังคงต้องติดตามภาพมหภาคใน 2Q58 ต่อไป ส่วนเร็วๆนี้กลุ่มธนาคารจะรอปัจจัยขับเคลื่อนใหม่คือ การปรับลดดอกเบี้ยจากการประชุม กนง. ในวันที่ 29 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายวิจัยภัทรมองมีโอกาสเกิดขึ้นไม่มาก