ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงหลังซาอุฯ ยุติการโจมตีทางอากาศเยเมน และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดิอาระเบียเผยวานนี้ว่าได้ยุติปฏิบัติการทางทหารในประเทศเยเมนเพื่อต่อต้านกลุ่มกบฏฮูธิแล้ว หลังจากยืดเยื้อมานานกว่า 4 สัปดาห์ โดยพลจัตวา อาห์เหม็ด อัล-อาซิรี โฆษกของกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่าพวกเขาได้ตัดสินใจยุติปฏิบัติการโจมตีขั้นเด็ดขาด (Operation Decisive Storm) ซึ่งเกิดขึ้นตามการร้องขอของรัฐบาลเยเมน เนื่องจากได้บรรลุเป้าหมายของการโจมตีแล้ว และกบฏไม่เป็นภัยคุกคามต่อเยเมนและประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในเยเมน แม้ว่าเยเมนจะไม่ใช่ประเทศที่ผลิตน้ำมันหลัก แต่ตลาดก็มีความกังวลว่าสถานการณ์อาจจะบานปลายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันได้
- สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานปริมาณนํ้ามันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 5.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 480.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นที่ 2.9 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ปริมาณนํ้ามันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่งโอกลาโฮมาปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 572,000 บาร์เรล ส่วนปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับเพิ่มขึ้นที่ 1.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่น้ำมันดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เช่นกัน
- ผู้บริหารของ Vitol บริษัทเทรดเดอร์น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยในวันอังคารที่ผ่านมาว่า มีความเป็นไปได้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงในไตรมาส 2 ปี 58 เนื่องจากโรงกลั่นเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงประจำปีทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตามจะไม่ลดลงไปต่ำกว่าระดับต่ำสุดในเดือน ม.ค. นอกจากนี้นักวิเคราะห์อีกหลายฝ่ายมองว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจจะปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ระดับประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้งเหมือนที่เกิดขึ้นในเดือน มี.ค.
+ อย่างไรก็ดี Vitol เผยวานนี้ว่า อุปสงค์น้ำมันดิบที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในช่วงต้นปีนี้ แสดงถึงการใช้น้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ Vitol คาดว่า อุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งเป็นการขยายตัวเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่บริษัท BP คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้นราว 1.4-1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้
- Ali al-Naimi รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของซาอุดิอาระเบียออกมาเผยว่า ซาอุดิอาระเบียจะยังคงระดับกำลังการผลิตน้ำมันไว้ที่ประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. ซึ่งถือว่าใกล้ระดับสูงสุดในประวัติการณ์ โดยก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค. 58 อยู่ที่ 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ได้ออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจากการที่ตลาดกังวลว่าปริมาณการผลิตของสหรัฐลดลง แต่แท้จริงแล้วตลาดควรต้องตระหนักถึงกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกมากกว่าว่าจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคเอเชียได้เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปี ทำให้อุปทานน้ำมันเบนซินเริ่มกลับเข้ามาในตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความต้องการน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของสหรัฐ และใกล้จะเข้าสู่เทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 18 มิ.ย.นี้
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ แม้ว่าอุปทานน้ำมันดีเซลเริ่มทยอยเข้ามาในตลาดมากขึ้นเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคเอเชียได้เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีไปในเดือน เม.ย. อย่างไรก็ดี อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากเวียดนาม ศรีลังกาและฟิลิปปินส์ส่งผลให้ช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 53-58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 58-64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ จะปรับลดลงต่อเนื่องหรือไม่ หลัง EIA ส่งสัญญาณปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่ปรับลดลงอีกครั้งในรอบ 3 เดือน และยืนอยู่ที่ระดับ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหากลดลงต่อเนื่องก็อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกล้นตลาดน้อยลง นอกจากนี้ IEA ยังได้ออกมาปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของการผลิตน้ำมันดิบในอเมริกาเหนือในช่วงครึ่งปีหลังลง 160,000 บาร์เรลต่อวัน
- ทิศทางของเศรษฐกิจของยูโรโซนและทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขภาวะเศรษฐกิจซบเซาและเงินฝืด โดยล่าสุดคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดในประวัติกาลที่ 0.05% และยืนยันว่า ECB จะเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ต่อไป
- จับตาว่าจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การปรับลดอัตราเงินสดสำรอง หรือการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ หลังอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง ล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานจีดีพีไตรมาส 1/58 ว่าขยายตัวที่ 7% ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี
- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 2 นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น โดยล่าสุดคาดว่าหน่วยการกลั่นน้ำมันดิบ (Crude Distillation Units) ในเอเชียแปซิฟิกจะปิดซ่อมบำรุงราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








