"อนุสรณ์" เผย คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ปรับจีดีพีปีนี้ลงเหลือโต 3-3.9% ห่วงการเมืองวุ่น เพิ่มความเสี่ยงเกิดเงินฝืดในช่วงไตรมาส 4
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2558 จะขยายตัวได้ 2.7 และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาส 2 ที่ร้อยละ 6-6.7 ส่วนไตรมาส 3 ขยายตัวร้อยละ 7.1 และอาจติดลบร้อยละ 0.6 ในไตรมาส 4 หากการร่างรัฐธรรมนูญและการกำหนดวันเลือกตั้งไม่เป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและภาวะเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะทำให้ทั้งปีเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ร้อยละ 3-3.9 ลดลงจากการคาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2557ที่ประเมินว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 4
ส่วนภาคการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 1-2 จากเดิมที่จะขยายตัวได้ร้อยละ 5-6 เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การตัดGSPของสหภาพยุโรป / การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน / กำลังซื้อที่อ่อนแอของประเทศคู่ค้าหลักซึ่งได้รับผลกระทบมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงและการตกต่ำของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าเกษตร / และความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยถดถอยลง
ส่วนการลงทุนของภาคเอกชนขยายตัวเพียงร้อยละ 3-4 และการบริโภคขยายตัวร้อยละ 2.5-3 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะยังมีข้อจำกัดในเรื่องของหนี้ครัวเรือนและราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงร้อยละ 5 ทำให้กำลังซื้อและรายได้ภาคชนบทอ่อนแอ และคาดเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 0.2-0.5 ยังไม่พบสัญญาณเงินฝืด แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเงินฝืดหากการขยายตัวของเศรษฐกิจติดลบในช่วงไตรมาส 4 จากปัญหาวิกฤตการเมืองรอบใหม่
นายอนุสรณ์ เสนอแนะรัฐบาลว่า รัฐบาลควรผลักดันเรื่องของการปฏิรูปภาษีทั้งระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและให้เกิดความเป็นธรรม โดยเสนอมาตรการเป็นแพ็คเกจ เช่น เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนขยายกิจการ








