เอกชนแฮปปี้ใช้ม.44แทนกฎอัยการศึก ขณะที่ “สภาอุตฯ”ชี้ไตรมาสสองจะดีขึ้นถ้านายกใช้เป็นคุณกับเศรษฐกิจ ด้าน“หอการค้า”ชี้นักธุรกิจสบายใจขึ้น
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการประชุมถึงกรณีที่รัฐบาลยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก และใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี2557 แทนว่า การยกเลิกกฎอัยการศึกเป็นสิ่งที่ดี เพราะการท่องเที่ยว ประชุมไมซ์ หากยังมีกฎอัยการศึกอยู่จะเป็นอุปสรรค ทั้งเรื่องการทำประกัน การท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย ส่วนมาตรา 44 ถือว่ามีข้อกำหนดอยู่แล้วตั้งแต่แรก ไม่ใช่ว่ายกเลิกกฎอัยการศึกแล้วมาเพิ่มมาตราใหม่ๆ ไม่มีส่วนที่จะทำให้ภาคเอกชนมีความกังวลในส่วนนี้ ถ้านายกรัฐมนตรีนำมาตรา 44 มาใช้ในลักษณะเป็นคุณให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมจะได้ประโยชน์เพราะจะขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาเรื่องการบิน
“เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 น่าจะดีกว่าไตรมาสแรก จากงบประมาณเพื่อการลงทุนของภาครัฐที่จะลงเข้าไปในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่การอนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอที่ค้างท่ออยู่ก็กำลังทยอยออกมา และการลงทุนภาคเอกชนก็กำลังจะมา ขาดแต่เรื่องเกษตรที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กำลังเร่งผลักดัน ทั้งเรื่องยางพาราและข้าว เช่นการขยายเวลาการชำระหนี้ให้เกษตรกร จะช่วยให้ปัญหาของเกษตรกรผ่อนคลายลง”
ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า กฎอัยการศึก หมายถึงกฎที่ออกมาในช่วงภาวะสงคราม ดังนั้นเมื่อยกเลิกไปก็เหมือนกับว่าประเทศไทยไม่มีสงคราม ซึ่งผลจากการสำรวจภาคเอกชนของหอการค้าไทย รวมทั้งหอการค้าต่างประเทศ พบว่านักธุรกิจตอบรับในส่วนที่ยกเลิกนี้ เพราะมีความสบายใจขึ้น ส่วนมาตรา 44 ที่มีขึ้นอยู่กับคำประกาศและวิธีการใช้ ว่าจะใช้อย่างสร้างสรรค์หรือไม่ โดยทั่วไปบรรยากาศการลงทุนน่าจะดีขึ้น และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมากยิ่งขึ้น









