วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 27 มีนาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์โจมตีกองกำลังติดอาวุธในเยเมนโดยซาอุดิอาระเบียและประเทศพันธมิตร

+ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการปรับรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากซาอุดิอาระเบียและสมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับได้เปิดการโจมตีกองกำลังติดอาวุธฮูตีในประเทศเยเมน ซึ่งเป็นกลุ่มนิกายชีอะห์ ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบไปด้วยหากสงครามขยายตัวออกไปแต่อย่างไรก็ตามซาอุดิอาระเบียยังไม่มีแผนการโจมตีทางภาคพื้นดินในเยเมน แต่ยังคงตรึงกำลังเพื่อป้องกันในบริเวณแถบชายแดนและบริเวณอุปกรณ์การจ่ายน้ำมันและอุตสาหกรรมต่างๆ

+ ในขณะเดียวกันกองทัพเรือของอียิปต์ได้เข้าไปช่วยปกป้องช่องแคบ Bab el-Mandeb ซึ่งถือว่าเป็นช่องแคบที่สำคัญแห่งหนึ่งในการจัดส่งน้ำมันดิบ โดยประเทศกลุ่มอาหรับต่างๆ ต้องทำการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบนี้ในเยเมนเพื่อที่จะผ่านไปถึงคลอง Suez และสามารถส่งออกน้ำมันดิบไปแถบประเทศยุโรปได้ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ หรือ EIA ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบที่ผ่านช่องแคบ Bab el-Mandeb นี้มีปริมาณถึง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ ดัชนีภาคบริการสหรัฐ (Markit PMI) เดือน มี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 58.6 เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. ที่ระดับ 57.1 โดยการปรับเพิ่มขึ้นของดัชชีภาคบริการสหรัฐ นั้น ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 57 ที่ผ่านมา จากตัวเลขที่ประกาศออกมานั้น บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ และภาวะเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปทานที่ตรึงตัวจากการที่โรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ได้ปิดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาสนี้ รวมไปถึงเยเมนที่ปิดท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักจากถูกโจมตีโดยซาอุดิอาระเบีย ขณะเดียวกันก็มีอุปสงค์จากทางสหรัฐ และเกาหลีเพิ่มมากขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังคงมีอุปสงค์ในภูมิภาคสนับสนุนอยู่เช่น ปากีสถาน แต่อย่างไรก็ตามอุปทานก็ยังคงสมดุลกับอุปสงค์ที่เกิดขึ้น จึงทำให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนัก

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 56-61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาปัญหาการสู้รบในเยเมนที่ส่อเค้าทวีความรุนแรงขึ้นหลังซาอุดิอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฏฮูติเพื่อช่วยเหลือนายอาเบด รับโบ มานซูร์ ฮาดี ประธานาธิบดีเยเมนในการต่อสู้กับกลุ่มกบฏดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าการสู้รบนี้จะขยายวงกว้างและอาจกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบในภูมิภาคได้ และล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในด้านการขนส่งและข่าวกรองทางทหาร

- จับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจทั้งหก ว่าจะสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงได้หรือไม่ โดยทุกฝ่ายจะต้องบรรลุข้อตกลงขั้นแรกภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ และต้องบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 1 ก.ค. 58 โดยการเจรจามีจุดมุ่งหมายเพื่อจำกัดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันดิบของอิหร่าน ซึ่งล่าสุดส่งผลให้อิหร่านยังไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบอีกราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ ดังนั้นหากข้อตกลงดังกล่าวบรรลุผล ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง

- จับตาเศรษฐกิจกรีซและยูโรโซนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากมีการคาดการณ์ว่าการขาดแคลนสภาพคล่องของรัฐบาลกรีซอาจจะนำไปสู่ การผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 460 ล้านยูโร หรือ 502.5 ล้าน ให้กับกองทุนระหว่างประเทศ (IMF) ในช่วงต้นเม.ย. นี้ โดยรัฐบาลกรีซจะต้องเสนอแผนปฏิรูปเศรษฐกิจภายในในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. นี้

- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในเดือน เม.ย. และ พ.ค. นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้


                                                    -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999