วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวน กรอบ 1480-1512 จุด

ขึ้น-ขาย รอซื้อแนวรับ 1480 จุด เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับลงแรง

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ลงต่อ (รีบาวด์ช่วงเปิดตลาด) กรอบ 1480-1512 จุด คงคำแนะนำ ขึ้น ทยอยขาย เพื่อรอซื้อคืนแนวรับ กลุ่มพลังงานหนุนดัชนีฯจากการพุ่งแรงของราคาน้ำมันดิบ


คาดดัชนีฯ วันนี้ ลงต่อ (รีบาวด์ช่วงเปิดตลาด) แนวรับ 1480/1485 จุด แนวต้าน 1505/1512 จุด หลังวานนี้ดัชนีฯ ต่ำสุดรอบกว่า 2 เดือน ร่วงลงหลุดแนวรับจิตวิทยา 1500 จุดลงมา เป็นผลจาก แนวโน้มการปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังตัวเลขการส่งออกเดือน ก.พ. ออกมาอ่อนแอกว่าคาด และผลกำไรบจ. อาจถูกปรับลดลงอีก ทำให้ภาพรวมดัชนีฯ ยังมีโอกาสของการปรับลงต่อเนื่อง(แนวรับต่อไป 1480/1460/1450 จุดตามลำดับ) ประกอบกับตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มมีการพักฐาน จากแรงขายทำกำไร ก่อน
การประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ที่นักวิเคราะห์คาดว่าหุ้นในดัชนี S&P500 ของสหรัฐอาจรายงานกำไรหดตัว ส่วนปัจจัยหนุนระยะสั้น มาจากกลุ่มพลังงานที่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น จากเหตุการณ์โจมตีกลุ่มกบฎในเยเมน (อย่างไรก็ดี เรามองว่าเป็นเพียงการปรับขึ้นระยะสั้น จากอุปทานส่วนเกินยังอยู่ในระดับสูง)


ปัจจัยที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ 4Q57F GDP ครั้งสุดท้าย คาดเติบโตดีขึ้นเป็น 2.4%q-q (Vs ครั้งที่สอง +2.2%q-q 3Q57 +5%q-q) ส่วนทั้งปี 58F เฟดคาดเติบโตลดลงเหลือ 2.3-2.7% (Vs เดิม 2.6-3.0%) 2) ปัญหากรีซ คาดว่าจะมีการเจรจาถี่ขึ้นระหว่างเจ้าหนี้ Troika กับ ผู้นำกรีซ

กลยุทธ์ลงทุน :  แนะนำ ขึ้น-ขาย รอซื้อแนวรับ 1480 จุด เน้นหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับลงแรง (SEAFCO CK STEC SCP DCON TPIPL) นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ยังแนะถือเงินสด (หลังจากแนะลดพอร์ตไปก่อนหน้านี้) เก็งกำไรรายวัน แนะนำ IRPC PTT HANA


ปัจจัยต่างประเทศ

ราคาน้ำมันดิบพุ่งจากการโจมตีกลุ่มกบฎเยเมน โดยกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ได้เปิดฉากโจมตีกองกำลังติดอาวุธฮูตี ในปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า "Firmness Storm" จากที่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ กลุ่มกบฎฮูตี ได้เข้ายึอพื้นที่หลายแห่งในเยเมนรวมถึงสนามบิน ทำให้นักลงทุนกังวลต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศอาหรับ และส่งผลราคาน้ำมันดิบปรับพุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยวานนี้สัญญา Brent ปิดบวก 2.71 ดอลลาร์ ปิดที่ 59.19 ดอลลาร์/บาร์เรล ทั้งนี้ เยเมนผลิตน้ำมันเพียง 0.2% ของการผลิตโลก แต่มีทำเลที่ตั้งติด
กับซาอุดิอาระเบีย ที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สุดของโลก และติดกับช่องแคบที่ใช้ลำ เลียงน้ำ มันของซาอุดิอาระเบีย (ดูรูปประกอบในเล่ม)


ปัจจัยในประเทศ

ส่งออกเดือน ก.พ. ติดลบ 6.14%YoY ต่ำกว่าคาด โดยนักเศรษฐศาสตร์จากผลสำรวจบลูมเบิร์กคาดหดตัว 3.2% ขณะที่การนำเข้าโต 1.47% เกินดุลการค้า 390 ล้านดอลลาร์ (จากที่นักวิเศรษฐศาสตร์คาดนำเข้าหดตัว 1.8% และจะเกินดุลการค้า 1,576 ล้านดอลลาร์) ซึ่งการส่งออกถือว่าติดลบมากสุดในรอบ 6 เดือน ทั้งนี้ หากไม่รวมสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและทองคำ มูลค่าการส่งออกในเดือน ก.พ. จะลดลง 2.4%

ขณะที่ 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ปี 58 ส่งออกหดตัว 4.82% มีมูลค่า 34,478 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การนำเข้าหดตัว 6.69% มีมูลค่า 34,545 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 66 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดส่งออกที่ติดลบได้แก่ ญี่ปุ่นลดลง 11.7% และสหภาพยุโรป ลดลง 4.7% แต่การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ 5.1% ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคาดว่าทั้งปี 58 การส่งออกไทยจะยังขยายตัวได้ แต่อาจมีการพิจารณาเป้าหมายเดิมที่ 4% อีกทีหลังทราบการส่งออกในไตรมาสแรก เราประเมินว่าภาพรวมการส่งออกที่แย่กว่าคาดปีนี้ (ทรงถึงลดลง) จะส่งผลต่อการถูกปรับลดประมาณการณ์ลงรอบใหม่


ทางเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นบ่งชี้ช่วงของการปรับฐานยังมีต่อเนื่อง โดยวานนี้ดัชนีอ่อนตัวปิดต่ำกว่าแนวรับ 1500 จุดลงมา คาดวันนี้อาจมีความพยายามกลับขึ้นไปทดสอบ 1500 จุดอีกครั้ง (ตอนนี้กลับมาเป็นแนวต้าน)  อย่างไรก็ดี เราประเมินว่า indicator ระยะสั้นต่างๆ ยังคงมีสัญญาณลบ จึงคาดดัชนีฯ มีโอกาสปรับลงต่อไป หากรอบล่างของกรอบ sideway up ที่บริเวณ 1475 จุดต่อไป