แนะลดพอร์ตและถือเงินสดเพิ่ม จากประเมินดัชนีฯ มีโอกาสปรับลงต่ำกว่าแนวรับ 1500 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลงทดสอบแนวรับ 1500 จุด แนะหาจังหวะลดพอร์ตต่อเนื่อง และถือเงินสดเพิ่ม
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง ทดสอบแนวรับ 1500 จุด แนวต้าน 1520/1525 จุด หลังตลาดหุ้นต่างประเทศปรับลงแรง จากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและไบโอเทค ก่อนการประกาศผลประกอบการในเดือนหน้า โดยนักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการบจ. สหรัฐ อาจหดตัวใน 1Q58 ส่วนในยุโรปนักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาหนี้กรีซ ด้านตลาดหุ้นไทย ภาพรวมยังอยู่ในช่วงของการปรับฐานต่อเนื่อง และนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ ส่วนปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวช้ายังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยวันนี้ ไทยจะประกาศตัวเลขการค้าเดือนก.พ. ซึ่งคาดว่าการส่งออกจะยังคงติดลบ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทกลับมาแนวโน้มแข็งค่าในสัปดาห์นี้ (แม้ว่ากนง. ปรับลดดอกเบี้ยลงแล้วก็ตาม) ตามดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่า ซึ่งอาจซ้ำเติมภาคการส่งออกของไทยได้ ขณะที่แรงหนุนจากต่างประเทศในระยะถัดไป อาจมาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของจีน (แต่เงินทุนไหลเข้าอาจน้อยกว่าคาดจากปัญหาในประเทศ)
ปัจจัยที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ 4Q57F GDP ครั้งสุดท้าย คาดเติบโตดีขึ้นเป็น 2.4%q-q (Vs ครั้งที่สอง +2.2%q-q 3Q57 +5%q-q) ส่วนทั้งปี 58F เฟดคาดเติบโตลดลงเหลือ 2.3-2.7% (Vs เดิม 2.6-3.0%) 2) ปัญหากรีซ คาดว่าจะมีการเจรจาถี่ขึ้นระหว่างเจ้าหนี้ Troika กับ ผู้นำกรีซ
กลยุทธ์ลงทุน : แนะลดพอร์ตและถือเงินสดเพิ่ม จากประเมินดัชนีฯ มีโอกาสปรับลงต่ำกว่าแนวรับ 1500 จุด เก็งกำไรรายวัน แนะนำ AAV TASCO ERW
ปัจจัยต่างประเทศ
ตลาดหุ้นสหรัฐ ถูกแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและไบโอเทค โดยเป็นแรงเทขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าผลกำไรบจ. สหรัฐในไตรมาสแรกของปีนี้อาจออกมาหดตัวได้ โดย Bloomberg consensus คาดหุ้นใน S&P500 ไตรมาสแรกอาจมีกำไรหดตัว 0.6% นอกจากนี้ ราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PER ค่อนข้างสูง (Nasdaq 29 เท่า , S&P500 18 เท่า) ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวานนี้ คือยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยร่วงลง 1.4% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% กระตุ้นแรงเทขายของนักลงทุน
อีซีบีเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉิน (ELA) ให้ธนาคารพาณิชย์กรีซ อีก 1 พันล้านยูโร ส่งผลวงเงินทั้งหมดสูงกว่า 71 พันล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง หลังมีผู้ฝากเงินถอนเงินออกเป็นจำนวนมาก ขณะที่การเจรจาด้านแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซยังดำเนินต่อไป ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่า ฝ่ายเจ้าหนี้ให้เวลากรีซจนถึงวันจันทร์หน้าในการส่งแผนให้กลุ่มเจ้าหนี้พิจารณา ขณะที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลกรีซจะประสบปัญหาสภาพคล่องในเดือน เม.ย. หากยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่
ปัจจัยในประเทศ
วันนี้ จับตาตัวเลขการส่งออก โดย consensus คาดส่งออกจะหดตัว -3.2% นำเข้าหดตัว -1.8% ดุลการค้าเกินดุล 1,576 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องจากเดือน ม.ค. ที่การส่งออกหดตัว -3.46% นอกจากนี้ยังมีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่าในสัปดาห์นี้ หลังจากที่เคยอ่อนค่าไปที่ 32.96 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ก่อน จากการปรับลดดอกเบี้ยของกนง. ซึ่งการกลับมาแข็งค่าของเงินบาทเนื่องจากดอลลาร์มีทิศทางกลับมาอ่อนค่า จากนักลงทุนเริ่มกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐอาจได้รับผลลบจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเกินไป
ทางเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นกลับมาเป็นลบ และยังบ่งชี้ช่วงของการปรับฐานยังมีต่อเนื่อง โดยดัชนีอ่อนตัวปิดต่ำกว่าเส้น SMA ระยะสั้น และ indicator ระยะสั้นต่างๆ ทั้ง RSI และ MACD ยังมีสัญญานเป็นลบต่อเนื่อง โดยมีโอกาสที่ปรับลงไปหาแนวรับ 1500/1475 จุดได้ ทั้งนี้ แนวรับ 1475 จุดเป็นแนวรับกรอบล่างของ uptrend channel หากหลุดมีโอกาสของการกลับเป็นขาลงได้








