หุ้นไทยปิดร่วง 5.56 จุด อยู่ที่ 1,514.45 จุด ไร้ปัจจัยกระตุ้น โบรกฯ ชี้หากหลุด 1,500 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,450 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดการซื้อขายที่ 1,514.45 จุด ลดลง 5.56 จุด (0.37%) มูลค่าการซื้อขาย 46,645.35 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,519.09 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,499.88 จุด
นายทวีรัชต์ มัททวีวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยยังแกว่งตัวลง ด้วยแรงกดดันจากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มสื่อสาร รวมถึงหุ้นในกลุ่มพลังงานทางเลือกที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาสูง โดยแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่คาดว่าน่าจะเป็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ มองว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มขายออกมานับตั้งแต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.75% จากเดิม 2.00% อีกทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลค่อนข้างล่าช้า ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจน ขณะที่การบริโภค และการส่งออกก็ชะลอตัว
นอกจากนี้ ยังเผชิญกับแรงกดดันจากต่างประเทศ ในเรื่องท่าทีต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แม้ว่าการประชุมรอบล่าสุด เฟดจะยังแสดงท่าทีไม่เร่งรีบปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ก็ไม่มีความชัดเจนในเรื่องกรอบเวลาการปรับขึ้นเช่นกัน ดังนั้น ถือว่ายังคงเป็นปัจจัยที่คอยกดดันอยู่ ซึ่งคืนนี้ต้องติดตามตัวเลขอัตราเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมา ที่เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ
ส่วนแนวโน้มวันพรุ่งนี้ คาดว่า หุ้นไทยจะแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากไร้ปัจจัยบวกใหม่เข้าสนับสนุนการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังคงล่าช้า และเข้าใกล้ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ในกลางเดือนหน้า ส่วนด้านเทคนิค ดัชนีฯ หลุดแนวรับสำคัญ 1,520 จุดลง ก็ต้องมาดูต่อว่าจะหลุด 1,500 จุดหรือไม่ ถ้าหลุดก็ไปดูแนวรับถัดไปที่ 1,450 จุด หากมีจังหวะรีบาวน์ ถ้าไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญ 1,530 จุดได้ ก็จะส่งสัญญาณไม่ดี โดยดัชนีฯ เคยขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุด 1,600 จุด มา 3 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถผ่านได้
ด้านกลยุทธ์ แนะทยอยซื้อหุ้นที่มีรายได้สม่ำเสมอ ได้รับผลกระทบจากความผันผวนภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกน้อย อย่าง EA และหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Nanofinance อย่าง SAWAD พร้อมประเมินแนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520-1,530 จุด








