"ไอร่า" คาดปิดดีลซื้อ "ซุปเปอร์ริช" ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ ตั้งเป้าถือหุ้นมากกว่า 50% มูลค่าไม่เกิน 2 พันล้าน หวังขึ้นแท่น 1 ใน 5 Non-bank
นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA คาดว่าการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด จะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้ มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยมีนโยบายเข้าถือหุ้นใหญ่มากกว่า 50% หลังจากนั้นจะมีการปรับโครงสร้างบริษัท ซุปเปอร์ริชฯ เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปี 2559
ทั้งนี้ปัจจุบัน บริษัท ซุปเปอร์ริชฯ มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ซึ่งจะมีการปรับโครงสร้างของบริษัท ก่อนเพิ่มทุนเพื่อขายให้กับ AIRA แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและวิเคราะห์สถานะของกิจการ (Due Diligence) ซึ่งยังไม่สามาถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าการลงทุนที่ชัดเจนได้
“ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ คือการขยายผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และถือว่าเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่จะผลักดันให้เราจะก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Non-bank ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ ซึ่งบริษัทซุปเปอร์ริชเองถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพและเป็นผู้นำในธุรกิจให้บริการด้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมากว่า 40 ปี ” นางนลินี กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินอีก 1 แห่ง มูลค่ามากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยขณะนี้มีความคืบหน้า 40-50% แล้วคาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมายเพิ่มบริษัทย่อยเป็น 12 บริษัทภายในปี 2560 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 6 บริษัท
"ด้วยความที่เราเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ ที่ประกอบธุรกิจการเงินเราจึงมีความต้องการที่อยากให้ไลน์ธุรกิจในเครือครอบคลุมให้ครบวงจรมากที่สุด ปัจจุบันมีอยู่ 6 บริษัท ปีนี้จะซื้ออีก 2 ปีหน้าอีก 2 บริษัท และปีถัดไป อีก 2 บริษัท ทำให้ในปี 60 เราจะมีบริษัทย่อยครบ 12 แห่งตามเป้าหมาย"นางนลินี กล่าว
ส่วนที่มาของเงินลงทุนที่จะใช้ซื้อกิจการในปีนี้ จะมาจากกระแสเงินหมุนเวียนบริษัทและเงินกู้เป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันมี D/E เพียง 0.2 เท่า โดยถือว่าเพียงพอกับการลงทุนในบริษัท 2 แห่งที่อยู่ในแผนปีนี้ ส่วนเรื่องการเพิ่มทุนคงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่อาจจะพิจารณาใช้ในอนาคต หากมีโครงการเข้าลงทุนขนาดใหญ่
นางนลินี กล่าวด้วยว่า บริษัทเตรียมยื่นขอใบอนุญาตการทำธุรกิจสินเชื่อเพื่อการบริโภค (Consumer Finance) และใบอนุญาตเพื่อทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงกลางเดือน เม.ย. นี้ หลังจากนั้นคาดว่า ธปท.จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณาอนุมัติ จึงคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมของระบบการให้บริการทั้งในด้านจำนวนพนักงาน สาขา และระบบไอที






