Too early to price-in future projects
ประเด็นการลงทุน
สัปดาห์ที่แล้วเราจัด Roadshow ให้กับนักลงทุน โดยผู้บริหารมองว่า รายได้จากธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะเติบโตได้ดีในปีนี้ จากโครงการรถไฟทางคู่ของภาครัฐ และบริษัทได้ประกาศโครงการใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงาน เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานระยะยาวของบริษัทตามแผนงานที่ระบุ แต่เนื่องจากการรับรู้รายได้คาดว่าจะเห็นความชัดเจนปลายปีนี้หรือปีหน้า เราจึงยังคงประมาณการณ์กำไรปีนี้ และ คงคำแนะนำ ถือ (ถือรับปันผล) ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท
ผลตอบแทนจากหุ้นปันผล และ เงินปันผลปี 2014 ดีกว่าคาด
ปันผลที่ดีกว่าคาดเป็นเพราะ บริษัทรับรู้รายได้ส่วนงานอสังหาฯที่เติบโตสูง จากการขายโครงการ Dzio ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างออกไปทั้งโครงการ มูลค่า 602 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของกำไรทั้งปี ซึ่งหากไม่นับรวมกำไรจากโครงการ Dzio ผลประกอบการในปี 2014 ออกมาทรงตัว YoY เนื่องจากส่วนงานวัสดุก่อสร้าง บริษัทมียอดขายลดลง 7% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยทางการเมืองในช่วงต้นปี 2014 นอกจากนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 25:1 (หุ้นเดิม:หุ้นปันผล) และเงินสดอีก 0.15 บาทต่อหุ้น XD วันที่ 24/3/2015 และจ่ายปันผลในวันที่ 8/5/2015 คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินสดปันผล 6.3% ต่อปี
รถไฟรางคู่ ความหวังแห่งปี
จากแผนการสร้างรถไฟรางคู่ 5 เส้นทางที่พร้อมดำเนินการ วงเงินราว 122,000 ล้านบาท เส้นทาง ลพบุรี – ปากน้ำโพ 118 กม. มาบกะเบา – สถานี้ถนนจิระ 132 กม. สถานีถนนจิระ – ขอนแก่น 185 กม. นครปฐม – หัวหิน 170 กม. ประจวบฯ – ชุมพร 167 กม. คาดโครงการแรกใช้เข็มตอกทั้งสิ้น 4 ล้านเมตร คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่ง DCON มีกำลังการผลิตเสาเข็มตอกรวม 2.6 ล้านเมตรต่อปี และบริษัทเป็นหนึ่งใน supplier เสาเข็มที่สำคัญ โดยบริษัทฯมีโรงงานผลิตอยู่ที่ ระยอง มหาสารคาม ลพบุรี ลำพูน สุราษฏร์ฯ ทำให้ได้เปรียบเรื่องโลจิสติก และเพิ่มโอกาสในการได้งาน ซึ่งรายได้ทุกๆ 100 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้น กำไรสุทธิและราคาเป้าหมายจะปรับเพิ่ม 5% (ปัจจุบันเราใช้สมมติฐานการใช้กำลังการผลิตเพียง 60%)
โครงการในอนาคต อาจเป็น Upside risk ต่อประมาณการณ์
บริษัทประกาศแผนธุรกิจใหม่ประกอบไปด้วย 1.) คอนโด DCON PRIME มูลค่า 1,470 ล้านบาท คาดสร้างเสร็จในปี 2018 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอ EIA 2.) โรงงาน Pre-cast มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งจะ JV กับพันธมิตรซึ่งเป็น developer รายใหญ่ 3.) แผนร่วมทุนพันธมิตรสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ และโรงไฟฟ้า bio-mass และ bio-gas กำลังการผลิตรวม 10MW 4.) ขยายโรงงานวัสดุก่อสร้างในกัมพูชา
ถึงแม้บริษัทจะมีโครงการในมืออยู่มาก แต่โครงการต่างๆยังอยู่ระหว่างการศึกษาและแนวโน้มการรับรู้รายได้จะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือปีหน้า และโครงการคอนโดยังอยู่ระหว่างรอ EIA เราจึงมองว่าเร็วเกินไปที่จะรวมมูลค่าของโครงการใหม่ในราคาเป้าหมาย และผลประกอบการในปี 2015 แนวโน้มอ่อนตัวลงเนื่องจากไม่มีกำไรจากการขายคอนโด Dzio เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันเทรดค่อนข้างแพง (PE 20 เท่า) เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ที่ 17 เท่า









