วิชั่นคนทอท. บอร์ดทอท.ชุดปัจจุบันจะไม่สานต่อโครงการ "แอร์พอร์ตซิตี้" หันไปปัดฝุ่นโครงการลงทุนศูนย์ซ่อมเครื่องบิน
เรื่องของ "วิชั่นคน ทอท."... เรื่องที่ฝ่ายบริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ลุกขึ้นมาสั่งล้มโมเดลลงทุน "แอร์พอร์ตซิตี้" สนามบินดอนเมืองที่จะใช้พื้นที่ คลังสินค้า 3-4 ผุด Community Mall เพื่อหารายได้เสริมสร้าง Value Added ให้กับทอท.เป็นแอร์พอร์ตซิตี้ โดยจะหันไปปัดฝุ่นโครงการลงทุนศูนย์ซ่อมเครื่องบินมาดำเนินการแทน
โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ประธานบอร์ด ทอท.ระบุว่า บอร์ดทอท.ชุดปัจจุบันจะไม่สานต่อโครงการ "แอร์พอร์ตซิตี้" ตามแผนพัฒนาที่ นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย อดีตผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.วางไลน์ไว้ เพราะ นโยบายของบอร์ดชุดนี้ มองว่าแผนการเพิ่มรายได้ นอกเหนือจาก ธุรกิจการบิน (Non-Aero) ในพื้นที่นี้ ไม่จำเป็น ต้องพัฒนาโครงการใหญ่ในลักษณะนี้ ยังมีแนวทางอื่นๆ ในการเพิ่มรายได้ ส่วนนี้ได้
โดยเฉพาะการพัฒนาให้เกิดโครงการศูนย์ซ่อมเครื่องบิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อศึกษา โดยตั้งเป้าผลักดันให้เป็นศูนย์กลางซ่อมเครื่องบินในระดับอาเซียน ซึ่งทอท.จะพัฒนาเป็นโรงเก็บเครื่องบิน (แฮงก้า)เพื่อใช้เป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินในแบบ Line Maintenance หรือบริการตรวจทางเทคนิคและซ่อมบำรุง อากาศยาน โดยจะร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อาทิ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
พร้อมคุยโอ่การผลักดันให้เกิดศูนย์ซ่อมในสนามบินดอนเมือง ยังถือเป็นแผนสำคัญของการเพิ่มรายได้ ในส่วนนอกเหนือธุรกิจการบินในสนามบินดอนเมืองให้ขยับจาก 40% มาอยู่ที่ 50% ด้วย และยังเป็นการลงทุน ที่สอดคล้องกับการรองรับสายการบิน ที่เป็นลูกค้าหลักของสนามบินมากกว่า โครงการแอร์พอร์ตซิตี้เสียอีก
เห็น"วิชั่น"ของผู้บริหารทอท.ยุคนี้แล้ว ก็ได้แต่ปลงในอนาคตขององค์กรนี้จริง ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดสนามบินดอนเมืองที่รัฐลงทุนไปเป็นแสนล้าน มีศักยภาพและขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ 30-40 ล้านคนอยู่ดีๆ วันดีคืนดีคนทอท.ก็กลับ "ปิดตาย"สนามบินแห่งนี้ ย้ายฐานการบินไปสุวรรณภูมิ แต่พอลมการเมืองปรับเปลี่ยน ให้ปัดฝุ่นสนามบินดอนเมืองกลับมาใช้ก็สนองตอบได้ทันควันโดยไม่ตะขิดตะขวงใจใด ๆ ทั้งสิ้น
ศักยภาพของของคลังสินค้าที่มีพื้นที่ไม่ถึง 20 ไร่ ซึ่งวันนี้มีรถไฟฟ้า 2 สายคือ รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ดอนเอง-รังสิต และรถไฟฟ้าสายสีเขียว พหลโยธิน–ลำลูกกา ซึ่งจะพาผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวเรือนแสนมาใช้บริการอยู่เบื้องหน้า ไม่รวมกับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวอีกปีละ 20-30 ล้านคนที่ใช้บริการสนามบินดอนเมืองอยู่แล้วนั้น
หากคนมีวิสัยทัศน์แล้วเป็นต้องดีดนิ้ว "ดังเป๊าะ"ว่านี่คืออะไร? ขนาดบริษัทเอกชนที่แค่เจียดพื้นที่ไม่กี่พันกี่หมื่นตารางเมตรในสนามบินสุวรรณภูมิจัดตั้งเคาท์เตอร์ปลอดภาษีขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวแต่ละปียังสร้างดอกผลกำรี้กำไรให้ "เจ้าพ่อดิวตี้ฟรี" ปีละนับหมื่นๆล้านบาท หากทอท.จัดตั้งเมืองสนามบินหรือ "แอร์พอร์ตซิตี้" จะสร้างรายได้ที่เป็นเศรษฐกิจคู่ขนาน หรือ Dual Economy ให้แก่ทอท.มากโขแค่ไหนนั้น
ไม่ต้องใช้หัวสมองอันน้อยนิดคิดแทนก็ยังมองออก
แต่แทนที่จะอาศัยจุดแข็งที่มีอยู่ดังกล่าวสรรสร้างกิจกรรมที่จะใช้ประโยชน์จากฐานผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวเรือนแสนคนเหล่านี้ เพื่อสร้าง Value Added ให้แก่องค์กร แต่คนทอท.กลับคิดจะเอาพื้นที่นี้ไปทำแค่ศูนย์ซ่อม ทำที่จอดเครื่องบินที่รอการตรวจเช็ค ซึ่งต้องจอดแช่กันเป็นสัปดาห์หรือเป็นแรมเดือนแทนซะงั้น
มันช่างไม่ต่างอะไรไปกับการเปิดอู่ซ่อมรถใต้สถานีรถไฟฟ้ายังไงยังงั้น!!!
ที่สำคัญแนวคิดที่บอร์ดทอท.ชูเป็น "โมเดล"ในการสร้างรายได้คู่ขนานให้กับองค์กรทอท.ด้วยการปัดฝุ่นแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องบินที่ไม่เพียงจะต้องใช้พื้นที่ในการทดสอบระบบ ทดสอบเครื่องยนต์ ครางเสียงกระหึ่มเมือง ที่ไม่รู้จะกระเตงผ่าน EIA ไปได้อย่างไรนั้น
หากคนทอท.มีวิสัยทัศน์จริงก็คงต้องรู้ด้วยสามัญสำนึกว่า ทอท.สามารถจะโยกเอากิจกรรมดังกล่าวไปตั้งอยู่ ณ สนามบินแห่งใดๆของทอท.ที่มีพื้นที่อำนวยได้อยู่แล้วไม่ว่าจะสนามบินหาดใหญ่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย หรือสนามบินอู่ตะเภา ไม่ใช่นำมายัดเยียดอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดมีพื้นที่อยู่เพียงน้อยนิดไม่ถึง 10 ไร่ใจกลางเมือง ซึ่งไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงเช่นนี้
ก็ไม่รู้วิชั่นอย่างนี้ รมต.คมนาคม"พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง" และนายกฯ"บิ๊กตู่- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เก็บไว้ทำซากอะไร?









