วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.คลังชี้แจงปฎิรูปภาษีต่อสปช.

"สมหมาย" รมว.คลัง แจงคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ สปช. ยืนยัน พร้อมเดินหน้า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

นายสมชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เชิญนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงแผนปฏิรูปภาษีต่อที่ประชุม เบื้องต้น กระทรวงการคลัง ได้กำหนดเพดานภาษี คือ ที่ดินเกษตรเพดานร้อยละ 0.25 ที่อยู่อาศัยเพดานจัดเก็บร้อยละ 0.5 ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ร้อยละ 2 และที่ดินรกร้างว่างเปล่าเพดานจัดเก็บร้อยละ 2 ส่วนแนวคิดการจัดเก็บจริงเบื้องต้นได้ยกเว้นเสียภาษีให้กับที่อยู่อาศัยที่ไม่เกิน 1 ล้านบาทที่ไม่ต้องเสียภาษี

ส่วนที่อยู่อาศัยราคา 1-3 ล้านบาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 0.1 และยังได้รับการลดหย่อนภาษีร้อยละ 50 หมายความว่า บ้านราคา 1 ล้านบาทได้รับการยกเว้นภาษี หากบ้านราคา 3 ล้านบาท ลดให้ครึ่งหนึ่งจึงจ่ายเพียง 1,500 บาท ส่วนที่อยู่อาศัยที่มีราคาเกิน 3 ล้านบาท เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.1 หากคำนวณจากราคาบ้าน 1 ล้านบาทเสียภาษี 1,000 บาท เพิ่มในสัดส่วนที่สูงขึ้นตามราคาประเมินไม่ใช่ราคาตลาด สำหรับราคาบ้านต้องขอพิจารณาให้ชัดเจนอีกครั้งเพราะอาจขยับราคายกเว้นเพิ่มเป็น 1.5 ล้านบาท สำหรับกรอบที่หารือทั้งหมดต้องพิจาณาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้รายย่อย เกษตรกรรับผลกระทบมากจนเกินไป

สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่ากำหนดอัตราจัดเก็บในขั้นแรก คือร้อยละ 0.5 หลังจากนั้นจะเพิ่มอีก 1 เท่าทุก 3 ปี แต่สูงสุดต้องไม่เกินร้อยละ 2 ตามเพดานที่กำหนดไว้ ด้วยการออกกฎหมายลูกบังคับใช้ เพื่อประกาศอัตราการจัดเก็บทุกประเภทใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเปิดทางให้หักค่าเสื่อมสำหรับสิ่งปลูกสร้าง มีกำหนดไว้ 69 แบบ อาทิ บ้านไม้ สามารถหักค่าเสื่อมได้สูงสุดถึงร้อยละ 93 ในปีที่ 19 ส่วนอาคารคอนกรีต (ตึก) หักค่าเสื่อมได้สูงสุดร้อยละ 76 ในปีที่ 43 อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้หักค่าเสื่อมได้สูงสุดร้อยละ 85 ในปีที่ 22 เป็นต้น รวมทั้งยังต้องกำหดนเพดานการเสียภาษีเป็นแบบขั้นบันได ด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้ผู้รับมรดกรับภาระมากจนเกินไป

โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า แต่จะสรุปให้ได้ก่อนในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะเสนอสภานิติบัญญัตแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ก่อนบังคับใช้จริง เพราะต้องรอการประเมินที่ดินรายแปลงจากกรมธนารักษ์ โดยต้องใช้เวลาประเมินที่ดิน 1 ปีครึ่งในการประเมินที่ดินรายแปลงทั้งประเทศ คาดว่าสร้างรายได้เข้ารัฐประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันจัดเก็บภาษีโรงเรือนได้ประมาณ 25,000 ล้านบาท

สำหรับภาษีการรับมรดก และภาษีมรดก อยู่ระหว่างการพิจารณากรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าจะสรุปร่วมกันได้และผ่านสภาได้ในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า