สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ และยุโรป (26 ก.พ. - 4 มี.ค. 2558) :
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลงโดย DJIA -0.1%, CAC ฝรั่งเศส -0.3% และ FTSE -0.7% มีเพียง DAX +0.6% ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่ออกมาเชิงลบในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น GDP 4Q57 รอบ 2 ของสหรัฐ +2.2% qoq ลดลงจากรอบแรกที่ +2.6% qoq และตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 2.12 แสนตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.2 แสนตำแหน่ง อีกทั้งนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนเพื่อรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.พ.ที่จะรายงานในคืนวันที่ 6 มี.ค.
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (26 ก.พ. - 4 มี.ค. 2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 1.1% หลังธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และ เงินฝาก 0.25% เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน เหนือความคาดหมายของนักลงทุนทั่วโลก นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจอย่างดัชนี PMI ภาคบริการเดือน ก.พ. อยู่ที่ระดับ 52 จุดเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 51.8 จุด รวมถึงกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ที่ขยับขึ้นเด่นจากแรงเก็งกำไรต่อการปฏิรูปอุตสาหกรรมในการประชุมสภาของจีน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 ก.พ. - 3 มี.ค. 2558) : SET INDEX ปรับตัวลงสู่แนว 1,560 จุด กดดันด้วย BAY ปรับตัวลง 14% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้แรงขายในหุ้นหลักอย่าง SCB -3.4%, BBL -2.7% และ AOT -2.3% กดดัน SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,562.84 จุด ลดลง 26.49 จุด หรือ -1.67% ณ วันที่ 18 ก.พ.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (6 - 12 มี.ค. 2558)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลางถึงบวก” สัปดาห์ที่ 3 แม้ว่า SET INDEX สัปดาห์ที่ผ่านมาจะปรับฐานลงแรงสู่แนวรับหลัก 1,550 จุด เป็นผลจากการขึ้นเครื่องหมาย XD ของ PTT และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกาศถอดหุ้น BAY ออกจากการคำนวณดัชนี FTSE ซึ่งทุกๆ การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น BAY ที่ 1 บาท มีผลต่อ SET INDEX ราว 0.8 จุด +/- ราคาหุ้น BAY ปรับตัวลงจากระดับปิดสูงสุดในปลายเดือนม.ค.ที่ 90.50 บาท ลงมาสู่แนว 50 บาท ย่อมทำให้ภาพรวมของ SET INDEX เกิดภาพลวงตา แต่หากประเมินจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศสัปดาห์หน้า เราเชื่อว่า SET INDEX มีโอกาสเกิด Technical rebound สู่ด่านสำคัญ 1,570-1,580 จุดได้ เนื่องจาก
รายละเอียดการเข้าซื้อสินทรัพย์วงเงิน 6.0 หมื่นล้านยูโร/เดือน ของ ECB และเริ่มโครงการในเดือนนี้ คาดว่าแรงขายจากต่างชาติต่อตลาดหุ้นไทยจะเริ่มชะลอตัว หรืออาจพลิกกลับมาเลือกลงทุนเป็นรายตัวได้
การประชุม กนง. วันที่ 11 มี.ค. ณ ปัจจุบัน ตลาดเริ่มให้โอกาสของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็น 1.75% จากปัจจุบัน 2.00% หลังตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างล่าช้า และอัตราเงินเฟ้อติดลบตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุน MBKET คงแนะนำ “เน้นเก็งกำไรเป็นรายตัวเช่นเดิม” พร้อมกำหนดเป้าหมายการทำกำไรรายตัว 5-10% ในแต่ละรอบ เพราะภาพรวม SET INDEX ยังคงบิดเบี้ยวไปจากปัจจัยที่ควรจะเป็น เพราะหุ้นใหญ่ 4-5 ตัว เป็นผู้กำหนดระดับ SET50 Index / SET Index เท่านั้น
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. การประชุม กนง. วันที่ 11 มี.ค.
2. ติดตามการประชุมคณะทำงานระหว่างรัฐบาลไทย - จีน เรื่องโครงการรถไฟรางคู่ วันที่ 10-12 มี.ค.
3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ GDP ใน 4Q57 - ผลผลิตภาคอุตฯ ของอียู, อัตราเงินเฟ้อ - ผลผลิตภาคอุตฯของอังกฤษ, ภาวะการจ้างงาน - ยอดค้าปลีก ของสหรัฐ, การส่งออก - นำเข้า และ อัตราเงินเฟ้อ ของจีน, GDP ใน 4Q57 และคำสั่งซื้อเครื่องจักร ของญี่ปุ่น









