กนอ.ขานรับนโยบายรัฐบาลพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดึง “พีทีทีจีซี–เอสซีจี” ตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติก-บรรจุภัณฑ์
เตรียมเสนอบอร์ดกนพ.ที่มีนายกฯเป็นประธาน 16 มี.ค. ขณะปีนี้ ตั้งเป้าพัฒนาอีก 3 นิคมฯ พื้นที่กว่า5 พันไร่ มูลค่าลงทุนกว่า 1.85 แสนล้านบาท มั่นใจยอดขายทะลุเป้า 4 พันไร่
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ดึงผู้ประกอบการไทยศึกษาจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมชายแดนตามนโยบายจัดตั้งเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล
นโยบายจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรกใน 5 พื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2558 คือ แม่สอด อรัญประเทศ ตราด มุกดาหาร และ สะเดา
ที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามชักชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ชายแดน โดยให้การส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)และเตรียมจัดหาที่ดินของรัฐให้เอกชนเช่าระยะยาว แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่ากนอ.ได้หารือกับเอกชนหลายรายเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทางในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด
“กนอ. มองว่าควรจะตั้งนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เพื่อผลิตสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก”
นายวีรพงษ์ กล่าวว่ากนอ.ได้พิจารณาสินค้าที่ประเทศเพื่อนบ้านนำเข้าที่สำคัญ จะเป็นสินค้าพลาสติกพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กะละมัง ถ้วยชาม ถังน้ำ เป็นต้น ดังนั้นจึงมีแผนที่จะสนับสนุนให้ตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติกในบริเวณชายแดน ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมน่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.สระแก้ว หรือในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งจะต้องศึกษาความเหมาะสมต่อไป
ความคืบหน้าล่าสุด กนอ.เตรียมลงนามกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสถาบันพลาสติก ในการศึกษาแผนการตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติกในเขตเศรษฐกิจพิเศษในวันที่10 มี.ค.นี้
“หากกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายได้ กนอ. ก็สามารถออกแบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อรองรับได้เฉพาะเจาะจง อำนวยความสะดวกให้กับภาคอุตสาหกรรมได้สูงสุด และป้องกันสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ดึงเอสซีจีตั้งนิคมฯบรรจุภัณฑ์
นายวีรพงษ์ กล่าวว่ากนอ.ยังมีแผนผลักดันจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เป็นนิคมฯเป้าหมายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยในเบื้องต้นได้หารือกับนายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย (เอสซีจี) และอยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียด
คาดว่าจะออกมาในเร็วๆนี้ โดยพื้นที่ที่เหมาะสมจะอยู่ในนิคมฯชายแดนภาคตะวันออก และตะวันตก รวมทั้งยังได้ศึกษาความเป็นไปได้ของอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่นๆ เช่น นิคมฯแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากมียอดการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านสูงมาก
ชงบอร์ดกนพ. 16 มี.ค.นี้
“การกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ จะเป็นเข็มทิศทำให้ กนอ. ออกไปโรดโชว์เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน สามารถตอบโจทย์นักลงทุนได้ว่าหากเข้ามาลงทุนแล้วลูกค้าเป็นใคร มีช่องทางการตลาดอย่างไร และจะมีระบบสาธารณูปโภคอะไรรองรับบ้าง ซึ่งจะทำให้ดึงดูดนักลงทุนได้ง่าย และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง” นายวีรพงศ์ กล่าว
ส่วนรายละเอียดของการพัฒนานิคมฯในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนนั้น จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.)ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานวันที่ 16 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจน
“ที่ผ่านมา กนอ. ได้ลงไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 แห่งนี้แล้ว และได้เตรียมพื้นที่จังหวัดละ 2-3 พื้นที่ ให้คณะกรรมการพิจารณา”
เพิ่มนิคมฯอีก3แห่ง5.5พันไร่
สำหรับ แผนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานในปี2558 กนอ.ได้มีการลงนามจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นอีก 3 นิคมฯ รวมพื้นที่ประมาณ 5,564 ไร่ มูลค่าการลงทุน 185,178 ล้านบาท จะก่อให้เกิดการจ้างงาน 42,060คน
ประกอบด้วย 1. โครงการนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ จ.เชียงราย พื้นที่ประมาณ 462 ไร่ 2. โครงการนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด(โครงการ 4) จ.ระยอง พื้นที่ประมาณ 2,142 ไร่ และ 3. โครงการนิคมอุตสาหกรรมหนองคาย จ.หนองคาย พื้นที่ประมาณ 2,960 ไร่
เพิ่มพื้นที่ภาคเหนือ7จว.-อีสาน5จว.
นอกจากนี้ กนอ.มีแผนการเพิ่มพื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรมตามนโยบายรัฐบาล ระยะที่ 2 เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ซึ่ง กนอ. ได้ดำเนินการในปี 2556 แล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย จึงได้ประกาศเชิญชวนภาคเอกชนเสนอพื้นที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในภาคเหนือ จำนวน 7 จังหวัด คือ ตาก ลำปาง กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก พะเยา และเชียงใหม่ และการจัดตั้งนิคมฯในพื้นที่เป้าหมายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด คือ ขอนแก่น นครพนม มุกดาหาร สกลนคร และอุบลราชธานี
อย่างไรก็ตาม กนอ.มีมาตรการสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับพิจารณาคัดเลือก โดยจะสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (OSS) พื้นที่ประมาณ500 ตารางเมตร ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท และยกเว้นค่ากำกับการบริการ 2 ปี โดยคิดค่ากำกับการบริหารในปีที่ 5 เป็นต้นไป รวมไปถึงให้การสนับสนุนการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สอดคล้องกับการเผยแพร่ในแต่ละโอกาสทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนภายในเดือนมี.ค. และจะปิดรับสมัครภายในสิ้นเดือน พ.ค.2558
4เดือนแรกยอดขายพื้นที่ลด10%
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานของ กนอ. ใน 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.57-ม.ค.58) สามารถขายหรือให้เช่าพื้นที่ได้ 730ไร่ น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อน 85ไร่ หรือลดลง 10% แต่ทั้งปีตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4 พันไร่ สูงกว่าปีที่ผ่านมา 3,541 ไร่
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจ 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องยนต์และเครื่องจักร
“หลังจากนี้ กนอ. จะประสานงานกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดทีมออกไปโรดโชว์ดึงดูดนักลงทุนในต่างประเทศ โดยในช่วง 8 เดือนหลังจากนี้มั่นใจว่าจะมียอดนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่นิคมฯมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีความชัดเจนในเรื่องของนโยบายส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแรงดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย” นายวีรพงศ์ กล่าว







