วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังข้อตกลงการควบคุมนิวเคลียร์ของอิหร่านหยุดชะงัก



+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังนาย Reza Najafi ผู้แทนด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านประจำสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ยังคงยืนกรานต่อประเทศมหาอำนาจทั้งหกว่าจะไม่ยอมรับข้อเสนอเกี่ยวกับการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังสหรัฐ ยื่นข้อเสนอให้ข้อตกลงเกี่ยวกับการควบคุมโครงการมีอายุถึง 10 ปี ส่งผลให้ต้องขยายระยะเวลาในการเจรจาออกไปอีกถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2558

+ ซาอุดิอาระเบียประกาศขึ้นค่า OSPs สำหรับการขายน้ำมันดิบมายังภูมิภาคเอเชียราว 1.4 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล และสหรัฐราว 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังเล็งเห็นถึงอุปสงค์ของเอเชียและสหรัฐ ที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ได้รายงายถึงตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 10.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์จากรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ถึงสองเท่า ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังอยู่ที่ระดับ 444.37 ล้านบาร์เรล และปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา เพิ่มขึ้นราว 536,000 บาร์เรล อย่างไรก็ดีการปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเบนซิน และดีเซลคงคลังของสหรัฐ ปรับลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล และ 2.7 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ

+/- ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) รายงานถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐ ในระหว่างช่วงเดือนมกราคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยสังเกตได้จากยอดขายรถ และยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างสำหรับสัญญาจ้างงานที่ต้องการผู้มีทักษะแบบเฉพาะทางในระยะเวลาที่ผ่านมา อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อที่เคยอยู่ในระดับต่ำปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากแรงหนุนของประเทศอินโดนีเซีย และกาตาร์ที่ต้องการนำเข้าน้ำมันเบนซินราว 200,000 บาร์เรล และ 550,000 บาร์เรลภายในเดือนมีนาคมและเมษายน ตามลำดับ ประกอบกับอุปทานที่ลดลงในช่วงฤดูการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ และอุปทานเริ่มปรับตัวเข้าสู่สมดุล โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากเวียดนามหลังมีความต้องการนำเข้าน้ำมันดีเซล 540,000 บาร์เรล และอุปทานที่ปรับลดลงในช่วงฤดูการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 47-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 58-63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 5 มีนาคม ต่อความคืบหน้าของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดย ECB จะเริ่มอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน ในเดือนมีนาคม นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาและรับมือกับภาวะเงินฝืดในยูโรโซน โดย ECB จะดำเนินมาตรการ QE เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวจะมีมูลค่าอย่างน้อย 1.1 ล้านล้านยูโร (1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่เดือนมีนาคม2558 จนถึงเดือนกันยายน 2559

- โรงกลั่นน้ำมันสหรัฐ ในเขต East Coast ยังคงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันดิบอ่อนตัวลง นอกจากนี้การชะลอการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อปริมาณอุปทานของกลุ่มน้ำมันสำหรับทำความร้อนที่อาจตึงตัวในระยะสั้น

- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจของกรีซ และยูโรโซน หลังจากที่รัฐมนตรีคลังยูโรโซนอนุมัติให้ขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซออกไปอีก 4 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลกรีซไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 โดยกรีซจะดำเนินการตามแผนปฏิรูปเศรษฐกิจนี้ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งมาตรการต่างๆ ประกอบด้วย การปราบปรามการเลี่ยงภาษี การจัดตั้งระบบการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น การแก้ปัญหาการลักลอบขนส่งเชื้อเพลิง และยาสูบ การปฏิรูปด้านแรงงาน ซึ่งทางยูโรโซนเผยว่า แผนการดังกล่าวค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ทำให้ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลจากการที่กรีซอาจจะต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ และพ้นจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน



ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999