วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยเบิกจ่าย5เดือน‘อืด’ งบประจำ47%-ลงทุน17%

กรมบัญชีกลาง เผยยอดเบิกจ่าย 5 เดือน ปีงบ 2558 แตะ 1.1 ล้านล้าน หรือ 42.5% ชี้ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ

ขณะงบลงทุนเบิกแค่ 8 หมื่นล้าน เผยยอดเบิกจ่ายส่วนงานราชการ 37 แห่ง เบิกได้เพียง 17% ส่วนยอดเบิกจ่ายรายภาคจากคลังจังหวัดเดือนธ.ค.หดตัวถ้วนหน้า เว้นภาคใต้ที่โต 6.6%


แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปี 2558 ตั้งแต่ต้นปีงบจนถึงวันที่ 28 ก.พ.2558 พบว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายจากวงเงินงบประมาณ 2.575 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่ายได้แล้ว 1.1 ล้านล้านบาท หรือ 42.55%


แบ่งเป็นรายจ่ายประจำทั้งหมด 2.15 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่ายไปแล้วจำนวน 1.02 ล้านล้านบาท หรือ 47.21% ส่วนรายจ่ายลงทุนมีวงเงินรวมกว่า 4.4 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายได้ 8 หมื่นล้านบาท หรือ 18.86%


รัฐบาลตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายสิ้นเดือนม.ค. 2558 แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 1.27 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็น 60% รายจ่ายลงทุน 134,843 ล้านบาท คิดเป็น 30% และเงินกันเหลื่อมปี 154,405 ล้านบาท คิดเป็น 45%


ล่าสุดรัฐบาลได้ปรับลดขั้นตอนการพิจารณางบประมาณ โดยหวังว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้เร็วขึ้น


งบลงทุนส่วนราชการ37แห่งเบิก17%
สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนของส่วนราชการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเกินกว่า 1 พันล้านบาท จำนวน 37 แห่ง มีวงเงินเบิกจ่ายรวมกว่า 3.6 แสนล้านบาท มีแผนการใช้จ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว 1.86 แสนล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้ 6.3 หมื่นล้านบาท หรือ 17.36% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนทั้งหมด
แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง กล่าวด้วยว่า ปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การก่อหนี้รายจ่ายลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1.ผลกระทบจากมาตรการปรับลดค่างานก่อสร้างภาครัฐตามมติคณะรัฐมนตรีที่ได้ปรับราคาน้ำมัน ต้องจัดทำราคากลางใหม่ ทำให้เกิดความล่าช้าเพิ่มขึ้น


2.มาตรการตามประกาศรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 104/2557 ที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลโครงการขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป และ การจัดซื้อจัดจ้างของอปท.ทุกโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ซึ่งปริมาณโครงการมีจำนวนมาก ทำให้เกิดความล่าช้า


3.หน่วยงานประกาศจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นซอง หรือ มีผู้ยื่นซองเสนอราคาสูงกว่าราคามาตรฐานครุภัณฑ์ก่อสร้าง ทำให้ต้องยกเลิกและดำเนินการใหม่หลายครั้ง 4.ไม่มีผู้รับเหมาโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหากรณีผลกระทบจากการปรับลดค่างานก่อสร้างจากราคาน้ำมันนั้น เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง คือ หน่วยงานใดที่กำหนดราคากลางก่อสร้างตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของส่วนราชการและได้ดำเนินการจัดจ้างก่อสร้าง โดยได้เปิดซองประกวดราคาไปก่อนวันที่ 15 ธ.ค.2557 และ อยู่ระหว่างการลงนามในสัญญา ให้หน่วยงานเจรจาต่อรองราคาค่างานก่อสร้างกับผู้เสนอราคารายต่ำสุด ได้ผลประการใดให้จัดทำบันทึกระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับผู้เสนอราคารายต่ำสุดเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชา
ส่วนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคเรื่องอื่นๆนั้น ทางรัฐบาลก็ได้พยายามแก้ไขในการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ต่างๆ เชื่อว่า หลังจากนี้ไป การเบิกจ่ายงบลงทุนจะคล่องตัวมากขึ้น


ไตรมาส1เบิกจ่ายลงทุนหดตัว64%
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) พบว่า ช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ(ต.ค.-ธ.ค.2557) รัฐบาลมีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 969,958.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 2.3%


ประกอบด้วย งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ในไตรมาสแรกมีการเบิกจ่าย 766,310.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 0.7% อัตราเบิกจ่ายอยู่ที่ 29.8% ของวงเงินงบประมาณ ต่ำกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ 32%


โดยเป็นการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำ 725,037.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% คิดเป็นอัตราเบิกจ่ายอยู่ที่ 34% สูงกว่า 30.8% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุน 41,272.6 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 64.6% โดยมีอัตราการเบิกจ่ายอยู่ที่ 9.3% ต่ำกว่าอัตราเบิกจ่าย 27% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าเป้าหมายการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนที่กำหนดไว้ 29%


การเบิกจ่ายที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณสำหรับเงินอุดหนุนทั่วไปจากรายจ่ายลงทุนเป็นรายจ่ายประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงทำให้สัดส่วนรายจ่ายลงทุนต่อรายจ่ายประจำโดยรวมของหน่วยงานลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า


ทั้งนี้การเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนของรัฐบาล กรณีไม่รวมกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ 40,381 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 230.3%


เบิกจ่ายภาคเหนือนธ.ค.หดตัว13.5%
ขณะที่ผลสำรวจการเบิกจ่ายภาครัฐในรายภูมิภาค ที่รายงานโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) พบว่า ในส่วนของภาคเหนือ การเบิกจ่ายงบประมาณผ่านคลังจังหวัดในภาคเหนือของเดือนธ.ค.และไตรมาส 4 ปี 2557(ไตรมาสแรกปีงบประมาณ) มีทั้งสิ้น 15,592.9 ล้านบาท และ 45,344.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.5% และ 15.6% เป็นผลจากยอดเบิกจ่ายงบประจำที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.7%


ทั้งนี้เนื่องจากในปีก่อนมียอดโอนเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาจำนวนมาก รวมทั้งมีการเบิกจ่ายงบประมาณตรงไปยังส่วนงานของทางการโดยไม่จ่ายผ่านคลังจังหวัด ทำให้ยอดเบิกจ่ายผ่านคลังจังหวัดไม่ปรากฎเท่าที่ควร


อย่างไรก็ตามการเบิกจ่ายในหมวดดำเนินงานทั้งค่าวัสดุและค่าใช้สอย โดยเฉพาะการจัดประชุมสัมมนายังขยายตัวดี


เบิกจ่ายธ.ค.อีสานหดตัว17.5%
ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณผ่านคลังจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเดือนธ.ค.และไตรมาส 4 ปี 2557พบว่า ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 17.5% และ 18.3% ในจำนวนการเบิกจ่ายจากคลังจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งเป็น รายจ่ายประจำลดลง 24.2% และ 26.1% เนื่องจากส่วนกลางเปลี่ยนวิธีการโอนเงินในหมวดเงินเดือน อย่างไรก็ตามรายจ่ายในเดือนนี้ ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ลดลง 48.4% ตามรายจ่ายในหมวดเงินเดือน และหมวดค่าตอบแทนพนักงานราชการ


สำหรับรายจ่ายงบลงทุน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 6.1% และ 18.9% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดครุภัณฑ์ หมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของกรมชลประทานเป็นสำคัญ


เบิกจ่ายธ.ค.ภาคใต้โต6.6%
ด้านภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ของ ธปท. รายงานว่า การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการในเดือนธ.ค.มีจำนวน 13,566.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.6% ในจำนวนนี้เป็นการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนจำนวน 3,404.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อน 59.1% โดยเร่งตัวในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบลงทุนในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงาน โดยเพิ่มขึ้นตามการเบิกจ่ายเงินของกรมชลประทาน เป็นสำคัญ


ขณะที่รายจ่ายประจำ 10,161.6 ล้านบาท ลดลง 4.1% ตามการลดลงการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนเฉพาะกิจและเงินเดือนเป็นสำคัญเนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของ อปท. โดยตรง รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขได้นำระบบการเบิกจ่ายเงินเดือนโดยตรงให้กับเจ้าหน้าที่