กฟผ.ยอมเลื่อนโรงไฟฟ้าวังน้อย ตามแผนลดปริมาณสำรอง

กฟผ.ยอมเลื่อนโรงไฟฟ้าวังน้อย ตามแผนลดปริมาณสำรอง

กฟผ.เลื่อนจ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าวังน้อยเข้าระบบ หลังเจรจากกพ. ขณะที่โรงไฟฟ้าอีก 5 แห่งเดินหน้าตามแผน

ระบุสร้างทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมและตามนโยบายสร้างความมั่นคงพลังงาน


นายสุนชัย คำนูญเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่าการเลื่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในส่วนของกฟผ.จะมีเฉพาะโรงไฟฟ้าวังน้อย ในขณะที่การสร้างโรงไฟฟ้าอื่นไม่ได้ส่งผลให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

นายสุนชัย กล่าวว่าโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่กฟผ.ดำเนินการ ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมที่จะหมดอายุ เช่น โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ,โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ,โรงไฟฟ้าบางปะกง ที่ไม่ได้เป็นเหตุให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะดำเนินการก่อสร้าง ส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่นที่กระบี่ และโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงทางด้านไฟฟ้าและเป็นไปตามนโยบายการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติลงในอนาคต

ก่อนหน้านี้ทางกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ซึ่งร่วมจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ได้ระบุถึงการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า(Load Forecast) เพื่อจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือพีดีพี2015 ที่จะใช้ตั้งแต่ปี2558-2579 ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับลดลงจากแผนพีดีพี ฉบับเดิมอย่างมาก จากที่เคยใช้จีดีพี เฉลี่ยทั้งแผน ประมาณ 4.5% เหลือเพียง 3.9% รวมทั้งการนำแผนอนุรักษ์และประหยัดพลังงานมาคิดรวมอยู่ในแผนพีดีพี ทำให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าปรับสูงขึ้นเกินกว่ามาตรฐาน ที่กำหนดไว้ประมาณ 15%

ในปี 2558 คาดว่าปริมาณสำรองไฟฟ้าจะอยู่ที่ระดับ 25% ของปริมาณการผลิตติดตั้งทั้งระบบ และจะเพิ่มขึ้นทุกๆปี จนมาขึ้นสูงสุดในระดับ 40-42 % ในช่วงปี2566-2568 หลังจากนั้นจึงจะปรับตัวลดลง มาอยู่ที่ระดับ 20% ในปี2569 ทำให้จะต้องมีการเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้ากับทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าไอพีพี และเอสพีพีโคเจน เพื่อขอให้เลื่อนระยะที่จะต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(COD) ออกไปตามความสมัครใจ โดยไม่ต้องมีการเสียค่าปรับ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณสำรองไฟฟ้าลง

สำหรับโรงไฟฟ้าที่จะมีการเจรจาเพื่อให้เลื่อนโครงการออกไป จะมีการเจรจาในส่วนของโรงไฟฟ้า กฟผ.ก่อนได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ ที่จะสร้างทดแทนโรงเดิม ในปี2566 จำนวน2 ยูนิต ยูนิตละ900เมกะวัตต์รวม 1,800เมกะวัตต์ ปี2567 จำนวน 1ยูนิต 900เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้าบางปะกง ที่จะทดแทนโรงเดิม ในปี2564,2565,2567,2568 ยูนิตละ 900เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา 1 ที่จะเข้าระบบปี2565 ขนาด 800เมกะวัตต์ และที่จะเข้าระบบในปี 2568 อีก 800เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าไอพีพีถ่านหิน ของบริษัทเนชั่นแนลเพาเวอร์ซัพพลาย หรือ เอ็นพีเอส ขนาด540เมกะวัตต์ ที่จะเข้าระบบปี 2559 และโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ จำนวนรวม 5,000 เมกะวัตต์ ที่จะทยอยเข้า ระบบตั้งแต่ปี 2564-2668 โรงไฟฟ้าวังน้อย 1ยูนิต 900 เมกะวัตต์ เข้าระบบปี2570 และอีก2ยูนิตรวม1,800 เมกะวัตต์เข้าระบบปี2571 รวมทั้งโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอสพีพีโคเจน ที่จะเข้าระบบในช่วงปี2566-2568 รวม 540เมกะวัตต์ด้วย