วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อีซีบีเปิดฉากคิวอี ชี้เงิน'ทยอย'เข้าไทย

“ศุภวุฒิ”ประเมิน“คิวอี” ยุโรป ส่อไหลเข้าไทย เหตุยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง-ดอกเบี้ยจูงใจ ด้าน “ทีเอ็มบี” มองไทยปฏิรูปคืบหน้า

 ดึงดูดเงินทุนเคลื่อนย้าย ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์อีกกลุ่มฟันธงเงินไหลเข้าไม่แรง เหตุเงินทุนส่วนใหญ่ส่อไหลเข้าสหรัฐจากเศรษฐกิจที่ฟื้นชัด เชื่อเงินบาทแข็งค่าในระยะสั้น


ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)เริ่มใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ(คิวอี)ในเดือนมี.ค.นี้เป็นต้นไป โดยจะเพิ่มเงินออกมาเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโรไปจนถึงสิ้นเดือนก.ย.2559 รวมวงเงินที่พิมพ์ออกมาราว 1.1 หมื่นล้านยูโร เพื่อไปซื้อหุ้นกู้ภาคเอกชนและพันธบัตรของภาครัฐ


นักวิเคราะห์ประเมินว่าหลังจากอีซีบีเริ่มใช้มาตรการนี้อย่างเป็นทางการ จะทำให้สถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายมีความผันผวนมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าเงินทุนบางส่วนอาจไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้เช่นกัน โดยอีซีบีจะแถลงรายละเอียดของมาตรการในวันที่ 5 มี.ค.นี้


นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ภัทร กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายบางส่วนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทย หลังจากที่อีซีบีเริ่มใช้มาตรการคิวอีอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.นี้ สาเหตุเพราะประเทศไทยมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างมาก อีกทั้งดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับสูงกว่าประเทศอื่นๆ


ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานยอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนม.ค.2558 อยู่ที่ 2,506 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ในปี 2557 มียอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 14,231 ล้านดอลลาร์ เฉพาะเดือนธ.ค.2557 มียอดการเกินดุลสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 5,523 ล้านดอลลาร์


“เราไม่รู้ว่าหลังจากอีซีบีเริ่มใช้มาตรการคิวอี จะมีเงินไหลเข้ามาหรือไม่ รู้แต่ว่าความเป็นไปได้ที่เงินใหม่ซึ่งอีซีบีจะพิมพ์ออกมาเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร เงินส่วนนี้ก็ต้องหาที่ไป ที่ๆ จะไปก็ต้องเป็นที่ซึ่งมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพราะอันนี้ทำให้ค่าเงินไม่อ่อน ของเราเรียกว่าเข้าทั้ง 2 รูปแบบนี้เลย ดอกเบี้ยก็สูงกว่าคนอื่น เพราะคนอื่นเขาเป็นศูนย์กันหมด บางคนติดลบด้วย”นายศุภวุฒิกล่าว


ทหารไทยคาดเงินทยอยเข้าไทย
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่าไทยยังถือเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายบางส่วนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ หลังจากที่อีซีบีเริ่มใช้มาตรการคิวอีอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.นี้


“แม้อีซีบีจะตั้งใจให้คิวอีที่เขาดำเนินการอยู่ในตลาดของเขา แต่ก็เชื่อว่าจะมีบางส่วนไหลออกไปลงทุนที่อื่น ซึ่งเงินส่วนนี้ก็ต้องหาตลาดที่มีความน่าสนใจ ถามว่าแถวไหนน่าสนใจสุด ก็คงหนีไม่พ้นแถบเอเชีย”นายเบญจรงค์กล่าว


นายเบญจรงค์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของไทย ถ้าดูปีที่ผ่านมาอาจจะไม่มีความน่าสนใจเนื่องจากมีปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ แต่ปีนี้กำลังเข้าสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจ และความชัดเจนของการปฏิรูปก็มีมากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิรูปด้านพลังงาน ซึ่งตัวนี้จะเป็นแรงดึงดูดเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศ จึงเชื่อว่านับตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นไป น่าจะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น เพียงแต่การเข้ามาคงเป็นลักษณะของการทยอยเข้า


จับตาแบงก์ยุโรปขายบอนด์
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า เม็ดเงินจากคิวอีของยุโรปอาจจะมีไหลเข้ามาในประเทศไทยบ้าง แต่เชื่อว่าปริมาณที่ไหลเข้าคงไม่ได้มากนัก และที่ผ่านมานักวิเคราะห์ในฝั่งยุโรปก็เริ่มประเมินว่า แม้อีซีบีจะทำคิวอีโดยการพิมพ์เงินเพื่อไปซื้อพันธบัตรจากธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มประเทศยุโรป แต่ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้อาจจะไม่ขายให้ หรือขายให้ก็คงจะมีสัดส่วนที่ไม่ได้มากนัก
สาเหตุเป็นเพราะการลงทุนในพันธบัตรแม้จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ แต่ธนาคารพาณิชย์ไม่จำเป็นต้องดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ถ้าธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ขายพันธบัตรออกไปแล้วนำเงินไปปล่อยสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์รายนั้นจะต้องดำรงเงินกองทุนเพิ่มตามเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้


“ด้วยเหตุนี้จึงไม่แน่ใจว่าแบงก์อยากจะขายบอนด์ให้อีซีบีหรือไม่ ถ้าแบงก์ไม่อยากขายเงินที่โฟล์ออกมาก็คงไม่ได้มากนัก ซึ่งเหมือนกับญี่ปุ่นในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ แบงก์ญี่ปุ่นก็เลือกที่จะถือบอนด์มากกว่า”นายเชาว์กล่าว


ชี้เฟดมีผลเงินทุนเคลื่อนย้ายมากกว่า
นายเชาว์กล่าวด้วยว่า ในระยะต่อไปแล้วเชื่อว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะถูกกำหนดโดยนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มากกว่า แม้ตอนนี้ตลาดเงินเริ่มประเมินว่าเฟดจะยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหมายความว่าคาดการณ์เดินที่เฟดจะปรับขึ้นในเดือนเม.ย.หรือมิ.ย.นี้ อาจจะเลื่อนออกไป เป็นอย่างน้อยเดือนก.ย.หรือต.ค.แทน


สำหรับมุมมองที่มีต่ออัตราแลกเปลี่ยนนั้น นายเชาว์ กล่าวว่า ทางธนาคารกสิกรไทย ยังไม่ปรับมุมมองโดยประเมินว่าเงินบาทระยะยาวมีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยประเมินปลายปีไว้ที่ระดับ 33.4-33.5 บาทต่อดอลลาร์
“เรายังมองว่า ท้ายสุดเงินบาทจะกลับมาอ่อนค่า จากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และเศรษฐกิจไทยที่เติบโตได้ไม่ดีนัก ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีโอกาสปรับลดลงลง ซึ่งการลดลงของดอกเบี้ยนโยบายของไทย แล้วอนาคตเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินบาทก็คงแข็งค่าขึ้นได้ไม่นาน”นายเชาว์กล่าว


คาดเม็ดเงินเข้าตลาดสหรัฐฯ
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า แม้อีซีบีจะเริ่มทำคิวอีอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.นี้ แต่เชื่อว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยคงไม่ได้มากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนรับข่าวไปบ้างแล้ว อีกทั้งหลังกลางปีนี้เป็นต้นไป เงินบาทยังมีแนวโน้มว่าจะอ่อนค่าลง จากการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยด้วย


“ลองนึกถึงโมเดลที่สหรัฐหรือญี่ปุ่นทำ คือ ไม่ต้องพิมพ์เงินจริงๆ ออกมา แค่พูดว่าจะทำก็ทำให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายแล้ว”นายอมรเทพกล่าว


อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หลังอีซีบีใช้มาตรการคิวอีอย่างเป็นทางการ คงมีเม็ดเงินไหลออกจากยุโรปบ้าง แต่เชื่อว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่จะไปตลาดสหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน


อีซีบีเตรียมเผยรายละเอียดคิวอี
อีซีบีเตรียมเผยรายละเอียดคิวอีในการประชุมสัปดาห์นี้ แต่คาดไม่ประกาศนโยบายใหม่
นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะเผยรายละเอียดของแผนการเข้าซื้อพันธบัตรในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการประชุมวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) หลังจากประกาศแผนการจัดทำคิวอีไปเมื่อเดือนม.ค. และคาดว่าจะไม่มีการประกาศมาตรการใหม่ๆ ออกมา


ในการประชุมเดือนม.ค. นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ประกาศแผนการเข้าซื้อพันธบัตรภาครัฐและเอกชนมูลค่าเดือนละ 60,000 ล้านยูโรตั้งแต่เดือนมี.ค. จนถึงเดือนก.ย. 2559 เป็นอย่างน้อย เพื่อสกัดเงินฝืด
นายไมเคิล ชูเบิร์ต นักเศรษฐศาสตร์แห่งคอมเมิร์ซแบงก์ กล่าวว่านายดรากีน่าจะย้ำในการประชุมสัปดาห์นี้ว่าการทำคิวอีเป็นแบบปลายเปิด คือไม่มีกำหนดยุติลงอย่างชัดเจน อันจะทำให้ตลาดคาดหมายไปได้ว่าจะมีการทำไปเรื่อยๆ แต่นายดรากีมีแนวโน้มจะย้ำว่าคิวอีที่จะเริ่มต้นทำในเดือนมี.ค.จะต้องส่งผลกระทบด้วย
ตั้งแต่นายดรากีประกาศแผนการทำคิวอี เงินยูโรก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลยูโรโซนก็ลดลงส่วนใหญ่ ผลจากการคาดหมายถึงการทำคิวอี แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแผนการทำคิวอีของยุโรปที่น้อยกว่าการทำคิวอีของสหรัฐและอังกฤษครึ่งหนึ่ง ทำให้ยุโรปน่าจะต้องใช้มาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม