วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กำลังซื้อภูมิภาค'ทรุด30%'

บิ๊กคอนซูเมอร์ "สหพัฒน์-มาม่า"กลุ่มภาคธุรกิจต่างจังหวัด ยอมรับกำลังซื้อระดับรากหญ้ายังไม่ฟื้น ทุกภาคลดลง 20-30%

เหตุราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ -ปัญหาภัยแล้ง กระทบรายได้ จี้รัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ เดินหน้าเมกกะโปรเจคตามกรอบเวลา

"กรุงเทพธุรกิจ"สำรวจความเห็นจากกลุ่มธุรกิจทั้งส่วนกลางและระดับภูมิภาค ภาคเอกชนระบุยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อในระดับรากหญ้า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีขึ้น


นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคขณะนี้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สหพัฒน์ มีสินค้าเจาะกลุ่มคนรากหญ้าจำนวนมาก ยอมรับว่าทำตลาดค่อนข้างลำบาก ยอดขายยังไม่กระเตื้อง


"ธุรกิจที่ฟื้นตัวขณะนี้ มีเพียงบางกลุ่ม เช่น ท่องเที่ยว ซึ่งต่างชาติทยอยกลับเข้ามาเที่ยวไทย ทำให้จังหวัดท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคัก"


นายสุชัย รัตนเจียเจริญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ในเครือสหพัฒน์ฯ กล่าวว่ากำลังซื้อระดับรากหญ้ายังไม่ฟื้นตัวมากนัก เห็นได้จากยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มูลค่า 1.54 หมื่นล้านบาท อยู่ในภาวะทรงตัวจากปลายปีที่แล้วคาดปีนี้เติบโต 7-8% ต่างจากอดีตที่เคยเติบโต 10% ขึ้นไป


"ตอนนี้กำลังซื้อรากหญ้ายังไม่ดีขึ้น ดูจากยอดขายบะหมี่โดยรวมไม่โต ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2 ยังไม่เห็นสัญญาณบวกจากตลาด"


อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการกองทุนหมู่บ้าน จะช่วยเอื้อให้กำลังซื้อครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น


จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับแผน รุกตลาดส่งออกมากขึ้น ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมทั้งเจาะตลาดใหม่ๆ เช่น ตะวันออกกลาง เนื่องจากการทำตลาดในเอเชียอาจสู้สินค้าจากภูมิภาคเดียวกันยาก เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า โดยเฉพาะจากราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนหลัก


ปัจจุบันมาม่ามีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 81% และส่งออก 19% โดยเป้าหมายใน 10 ปี ต้องการเพิ่ม

สัดส่วนส่งออกเป็น 50% เท่ากับในประเทศ
นายธนกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การใช้จ่ายในไตรมาสแรกนี้เพิ่มขึ้นแต่ไม่มากนัก มีการชะลอตัวของสินค้าคงทน โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแฟชั่น ความงาม


"กำลังซื้อจะฟื้นตัวหรือไม่อยู่ที่ภาครัฐต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยตามมา"
ศก.ภาคตะวันออกรับชะลอตัว


นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจเดือนม.ค.ที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอตัว สะท้อนยอดขายที่ลดลง 20-30% เป็นผลมาจากประชาชนไม่มั่นใจในการใช้จ่าย พบเงินฝากในสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น แต่เงินกู้กลับชะลอตัว แต่ต้องรอประเมินสถานการณ์เดือนก.พ.อีกครั้ง


เศรษฐกิจภาคตะวันออกส่วนใหญ่มาจากภาคอุตสาหกรรม ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัว ทำให้การผลิตจากภาคอุตสาหกรรมลดลง ส่งผลต่อการจ้างงาน เช่น การลดการจ้างล่วงเวลา แนวโน้มการผลิตภาคอุตสาหกรรมหากพิจารณาตัวเลขการนำเข้าสินค้าเดือนม.ค.ที่ลดลง สะท้อนกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่อง มีสาเหตุมาจากผู้ประกอบการประเมินว่าการส่งออกยังไม่ดี จึงไม่ต้องการผลิตสินค้าเพิ่ม หรือ ผลจากการส่งออกชะลอตัว ทำให้สต็อกสินค้ายังมีอยู่มาก


นายปรัชญา กล่าวว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปการส่งออกแม้เดือน ม.ค. จะติดลบ แต่เศรษฐกิจโลกยังผันผวนสูงอาจเป็นแรงผลักให้เกิดผลดีต่อการส่งออกหลังจากนี้ ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจภาคตะวันออก เชื่อว่าจะฟื้นตัวไตรมาส 2 เพราะเม็ดเงินจากการใช้จ่ายภาครัฐน่าจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การใช้จ่ายของประชาชนอั้นมานานน่าจะเริ่มกลับมาใช้จ่ายในเร็วๆ นี้


"เครื่องยนต์ที่ยังพอทำงานได้ คือ การใช้จ่ายภาครัฐ น่าจะเริ่มเห็นผลไตรมาส 2 ส่วนการส่งออกมีผลกระทบเศรษฐกิจภูมิภาคทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมชะลอการผลิต ”


หอฯใต้ชี้การค้า-บริการทรุด
นายสุทัศน์ เลิศมโนรัตน์ ประธานกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจยังชะลอตัว แม้ปลายปีที่ผ่านมาจะได้รับแรงกระตุ้นจากการท่องเที่ยว แต่ในการบริโภคจริงยังชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือน จากสินเชื่อบุคคล รถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก ทำให้ภาระคนชั้นกลางและกลุ่มลูกจ้างเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาภาคการเกษตรที่พืชเศรษฐกิจหลายรายการราคาไม่ดี ส่งผลต่อเนื่องถึงกลุ่มธุรกิจการค้าและธุรกิจบริการ
ส่วนภาคการท่องเที่ยว แม้จะยังอยู่ได้ แต่เงินในระบบเศรษฐกิจหลักหายไป ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจภาคใต้ยังคงชะลอตัว ขณะที่ กลุ่มสินค้าบริโภคจำเป็นมียอดขายปกติ แต่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยซบเซา


“ผู้บริโภคภาคใต้เคยมีรายได้สูง กล้าใช้เงินในอนาคต แต่ตอนนี้รายได้ลดลง ต้องประหยัด ที่ผ่านมาเรามีโปรโมชั่นเยอะ เวลานี้ต้องอยู่กับความเป็นจริง หากมีการเร่งเบิกจ่ายเงินภาครัฐน่าจะเป็นแนวทางช่วงพยุงเศรษฐกิจได้ แต่ฟื้นเมื่อไหร่ยังไม่เห็นสัญญาณ”


ภาคใต้ชี้กำลังซื้อร่วง20%
ทั้งนี้การลงทุนจากภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐต้องเลือกการใช้จ่ายเงินที่เหมาะสมและยั่งยืน เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เพื่อให้การให้เม็ดเงินไปขับเคลื่อนการจ้างงานและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน โดยไม่เห็นด้วยที่จะมีการแจกเงินเพราะจะได้ประโยชน์น้อย


นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร การที่ราคายางพาราตกต่ำ ทำให้รายได้ของประชาชนในพื้นที่ลดลงมาก ด้านอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ ประสบปัญหาส่งออกจากเงินบาทแข็งค่า ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้กำลังซื้อในภาคใต้ลดลงประมาณ 20%


หวัง 6 เดือนข้างหน้าศก.ฟื้น
นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง สอท. กล่าวว่าภาคอุตสาหกรรมภาคกลางอยู่ระหว่างปรับตัว รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต คาดว่า 6 เดือนข้างหน้าตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆจะดีขึ้น ปัจจัยบวกมาจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง และเส้นทางคมนาคมต่างๆ หากมีการลงนามเอ็มโอยูได้ตามกำหนด จะเป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจในภูมิภาค


"หากนายกรัฐมนตรีเซ็นอนุมัติโครงการได้จะทำให้เศรษฐกิจทุกด้านดีขึ้น แม้จะยังไม่มีการก่อสร้างทันที แต่มีผลทางจิตวิทยา เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้น จะเกิดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการค้าชายแดนจะขยายตัวเพิ่มขึ้น"


ปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจภาคกลางจะขยายตัว 5% สูงกว่าจีดีพี สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่เติบโตเพียง 1% ส่วนปัญหาเงินบาทแข็งค่า แม้ส่งผลกระทบอยู่บ้าง แต่ทำให้ผู้ประกอบการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรมาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น เพราะมีราคาลดลงมาก เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการในการลงทุน"


ศก.ภาคเหนือทรงตัว
นายวีรยุทธ สุขวัฑฒโก ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาวะอุตสาหกรรมภาคเหนือไตรมาสแรก "ไม่ดีนัก" เนื่องค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงมาก 12% หรือลดลงไปถึง 6 บาทต่อยูโร ขณะที่เงินบาทแข็งค่า ทำให้การส่งออกมีปัญหาราคาสินค้าไทยสูงกว่าคู่แข่ง ส่วนไตรมาส 2 คาดว่าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจะทยอยเข้ามา แต่เศรษฐกิจยังทรงตัว และปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3


" ถ้าไม่สามารถจัดการปัญหาเงินบาทแข็งได้ ภาวะเศรษฐกิจจะยังคงอยู่ในภาวะตกต่ำ กำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวก็ลดลง เพราะนักท่องเที่ยวจากยุโรป รัสเซีย ญี่ปุ่น ลดน้อยลง เพราะปัญหาเศรษฐกิจ แต่ยังมีนักท่องเที่ยวจากจีน ทำให้ภาวะการท่องเที่ยวไม่ย่ำแย่จนเกินไป แต่ก็ไม่ได้กลับมาแข็งแกร่งกระตุ้นการค้าในภูมิภาคได้ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อลดลงกระทบไปทุกภาคธุรกิจ"


ทั้งนี้ช่วงต้นปีเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือซบเซามาก ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก มีต้นทุนสูง คาดว่าเศรษฐกิจภาคเหนือน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อน


กำลังซื้อภาคอีสานวูบ30%
นายวิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาวะอุตสาหกรรมภาคอีสานอยู่ในภาวะซบเซา ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ทำให้กำลังซื้อในพื้นที่ลดลงกว่า 30% ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเร่งอนุมัติเมกะโปรเจคได้ตามเป้าหมายหรือไม่


"ถ้าออกมาได้เร็วภาวะเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ควรเร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อภายในพื้นที่ได้มาก"


นักท่องเที่ยวตะวันออกหดฉุดศก.
นายวิวัฒน์ พัฒนสิน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ส.อ.ท. กล่าวว่า คาดว่าเดือน มี.ค.เป็นต้นไปจะปรับตัวดีขึ้น จากคำสั่งซื้อที่ชัดเจน ส่วนกำลังซื้อในพื้นที่ยังอยู่ในภาวะตกต่ำ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรป โดยเฉพาะรัสเซียลดลงหากรัฐบาลผลักดันการใช้จ่ายภาครัฐได้เร็วจะช่วยกำลังซื้อได้มาก
ในภาพรวมเศรษฐกิจภาคตะวันออกในปีนี้น่าจะขยายตัวได้เกิน 3% แต่ไม่เกิน 5% มีมูลค่า 6 แสนล้านบาท ภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวได้บ้าง ส่วนราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้นกว่าปีก่อน “รัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างชาติ เพราะจะทำให้เกิดการลงทุน การท่องเที่ยวขยายตัว ต้องเร่งอนุมัติโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าหมาย”