คาดกำไรปี 58 ปรับเพิ่ม 35%YoY
รุกธุรกิจผลิตไฟฟ้า หนุนการเติบโตในระยะยาว
บริษัทยังคงแผนขยายธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเรามุมมองเชิงบวกเนื่องจากปัจจุบันธุรกิจหลักอย่างถ่านหิน ยังมีความเสี่ยงจากอุปทานส่วนเกินกดดันการฟื้นตัวของราคาถ่านหิน โดยในปี 2558 บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการหงสา 2 หน่วยผลิตในเดือน มิ.ย. และ พ.ย. (หน่วยที่ 3 เริ่มเดินเครื่อง มี.ค. 2559)หนุนกำไร 2H58 เติบโตโดดเด่น ขณะที่ระยะยาวจะมีรายได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศจีน (โครงการ Shanxi Lu Guang) ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ (BANPU 30%) ถ่านหินที่ใช้ในการผลิตมาจากเหมือง Gaohe (BANPU 45%) คาดว่าจะใช้ถ่านหินสำหรับการผลิตไฟฟ้าประมาณ 3.5 ล้านตันต่อปี ตามแผนคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตไฟฟ้า มิ.ย. และ ส.ค. 60 เรามองเป็น Upside (ยังไม่รวมอยู่ในประมาณการ)
มีแผนนำธุรกิจไฟฟ้า เข้าตลาดฯ
บริษัทมีแผนนำ BANPU Power เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เราประเมินว่าภายใต้ BANPU Power จะรวมโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศสำคัญๆ ไว้ได้แก่ โครงการหงสา (ลาว) โรงไฟฟ้า BIC (จีน) และโครงการ BLCP (ประเทศไทย) มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 1,686 เมกะวัตต์ (ตามสัดส่วนการถือหุ้น) เราเชื่อว่าด้วยโครงสร้างธุรกิจดังกล่าว จะทำให้ BANPU มีความน่าสนใจในการลงทุน ขณะที่เราประเมินว่า BANPU Power จะได้ประโยชน์จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ ที่มีความต้องการโรงไฟฟ้าใหม่จากเชื้อเพลิงถ่านหิน ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP ยังมีศักยภาพที่จะขยายกำลังผลิต
ธุรกิจถ่านหินลดต้นทุนได้ตามแผน
แม้เราไม่ได้ให้น้ำหนักมากกับการฟื้นตัวของราคาถ่านหิน เนื่องจากปัญหาอุปทานที่ยังคงมีอยู่เป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัว อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของราคาถ่านหิน เป็นบวกกับ BANPU เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัททำสัญญาขายถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียไปเพียง 47% จากเป้าหมายยอดขายที่ 30 ล้านตัน ด้านต้นทุนผลิตปรับลดทั้งจากแผนการปรับลดอัตราส่วนการเปิดหน้าดิน (Stripping ratio) รวมไปถึงประโยชน์ที่ได้จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ทำให้เราคาดหมายจะเห็นอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2557 เป็น 30% ในปี 2558
คงเป้าหมาย และ Theme การลงทุนเดิม
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ไว้ที่ 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35%YoYผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยการฟื้นตัวของผลประกอบการปี 2558 มาจากต้นทุนผลิตถ่านหินที่ลดลงตามแผน ทำให้เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินจะเริ่มฟื้นตัว และรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นใน 2H58 จากโครงการหงสาที่เริ่มดำเนินการผลิต ราคาหุ้นตอบรับปัจจัยบวกตั้งแต่ต้นปีปรับเพิ่มไปแล้วกว่า 20% แต่ยังมี Upside อีกกว่า 30% เมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมที่ 39 บาท (รวมโครงการหงสา) ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม









