วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เคาะค่าโดยสารรอบใหม่'รถร่วมขสมก.-แท็กซี่'มีนาฯ

ขบ. เตรียมชงผลศึกษาต้นทุนรถร่วมขสมก. ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาสัปดาห์นี้คาดเดือนมี.ค.ได้ข้อสรุป ปรับราคารถร่วมและแท็กซี่

นายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ได้เร่งรัดให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดส่งผลการศึกษาตัวเลขโครงสร้างต้นทุนต่างๆ ของรถ ขสมก. และรถร่วม ขสมก. มายังกระทรวงคมนาคมให้เร็วที่สุด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับราคาค่าโดยสาร โดยคาดว่าประมาณช่วงเดือนมี.ค. นี้จะสรุปได้ว่า จะให้รถร่วมปรับขึ้นราคาหรือไม่ หรือหากจะปรับขึ้นจะขึ้นในอัตราเท่าไหร่

ทั้งนี้จากการหารือกับผู้ประกอบการรถร่วมเบื้องต้น ระบุว่าปัจจุบันรถร่วมประสบภาวะขาดทุน ทั้งรถร้อนหรือรถธรรมดา และรถปรับอากาศ โดยการคำนวณต้นทุนจากค่าก๊าซเอ็นจีวี ค่าจ้างพนักงาน ค่าซ่อมบำรุง รถร้อนมีต้นทุนประมาณ 5,000 บาทต่อคันต่อวัน และมีรายได้จากการให้บริการเดินรถเพียง 3,000-4,000 บาทต่อคันต่อวัน ขาดทุนเฉลี่ย 1,000-2,000 บาทต่อวันต่อคัน

ส่วนรถปรับอากาศมีต้นทุนประมาณ 7,000 -8,000 บาทต่อคันต่อวัน แต่มีรายได้จากการให้บริการเดินรถเพียง 6,000-7,000 บาทต่อคันต่อวัน ขาดทุนเฉลี่ย 1,000 บาทต่อวันต่อคัน

ส่วนผลกระทบจากการปรับลอยตัวราคาเอ็นจีวี นั้น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ไปหารือกับ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท เพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ จากนโยบายด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า สัปดาห์นี้กรมฯจะเสนอผลการศึกษาตัวเลขโครงสร้างต้นทุนรถร่วมบริการ ขสมก. ให้กระทรวงคมนาคมนำไปประกอบการพิจารณาปรับขึ้นโดยสาร ส่วนความคืบหน้าในการปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่รอบที่ 2 ในช่วงเดือน มิ.ย. 2558 นั้นเบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้ปรับขึ้นในอัตรา 5% ตามกรอบเดิมหรือมากกว่าเดิม ตามข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่ ที่อ้างผลกระทบเพิ่มกรณีกระทรวงพลังงานประกาศปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวีอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในการปรับขึ้นราคาหรือไม่นั้นต้องรอผลสรุปการศึกษาวิเคราะห์ของคณะทำงาน 3 ชุดก่อน คือ 1. คณะทำงานศึกษาโครงสร้างต้นทุนรถแท็กซี่โดยสารสาธารณะ ที่ตัวแทนสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นประธาน 2. คณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับค่าขนสัมภาระรถแท็กซี่ที่ตัวแทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานและ 3.คณะทำงานศึกษาและประเมินความพึงพอใจของประชาชน ซึ่งตัวแทนสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าเป็นประธาน คาดว่าจะเสนอผลสรุปให้รมว.คมนาคมพิจารณาตัดสินได้ภายในเดือนมี.ค.นี้