วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์คาดตลาดหุ้นกู้คึกคัก

"แบงก์" มองตลาดหุ้นกู้ปีนี้ยังคึกคัก คาดทั้งปี 5 แสนล้านบาท จากทิศทางดอกเบี้ย ที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ความต้องการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ของภาคเอกชน ยังมีความคึกคักไม่ต่างจากปีก่อนที่มีตราสารหนี้ภาคเอกชนออกมาราว 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งตลาดพันธบัตรไทยได้รับการพัฒนา และมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นทางเลือกในการระดมทุนของภาคเอกชนด้วยต้นทุนที่ต่ำ ขณะที่ประเทศไทย ยังมีสภาพคล่องอยู่มาก ทำให้คาดว่าในปีนี้ภาคเอกชนจะมีการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ประมาณ 5 แสนล้านบาท

“ปีนี้เรามองว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยน่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 3.5% ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการออกหุ้นกู้ยังมีกระจายในทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนของภาคส่วนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งการออกหุ้นกู้จะเป็นการจัดการการเงินและบริหารต้นทุนให้ลดต่ำลงได้”นายเอกชัย กล่าว

ส่วนนายอนุวัฒน์ ร่วมสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร กล่าวว่า การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ในปีนี้จะได้รับความสนใจจากภาคเอกชนค่อนข้างมากเนื่องจากสถานการณ์ในตลาดขณะนี้เอื้อต่อการระดมทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่บางประเทศเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว

ทั้งนี้มองว่าจะเห็นการออกหุ้นกู้เอกชนในปีนี้หลายแสนล้านบาทในหลากหลายอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นการระดมทุนเพื่อชำระคืนหุ้นกู้ชุดเดิม อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณว่าอายุหุ้นกู้ที่ออกเริ่มมีระยะเวลาที่สั้นลง เนื่องจากนักลงทุนมองว่าดอกเบี้ยกำลังเข้าสู่ขาขึ้นจึงเห็นความต้องการลงทุนแบบระยะสั้นมากขึ้น โดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือนมี.ค.นี้

นายอนุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในแง่ของนักลงทุน ยังมีความต้องการลงทุนอยู่ เพราะลูกค้ามีความเข้าใจความเสี่ยงและผลตอบแทนมากขึ้น ประกอบกับการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ลูกค้าหันมาลงทุนในหุ้นกู้มากขึ้น เพราะความเสี่ยงในหุ้นกู้ไม่ได้สูงมากนัก

สำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอาจจะทำให้มีความต้องการระดมทุนผ่านตราสารหนี้มากขึ้น แต่ในขณะนี้บริษัทเอกชนมีทางเลือกในการระดมทุนค่อนข้างหลากหลาย ทั้งการใช้สินเชื่อธนาคาร หรือการระดมทุนผ่านตลาดทุน และการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีต้นทุนที่แตกต่างกัน

ด้านนายนรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การระดมทุนของภาคเอกชนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่จะมีการลงทุนมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าสู่เออีซีทำให้นักลงทุนกระตือรือร้นมากขึ้น รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้นักลงทุนหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้

"ธุรกิจที่มีแนวโน้มดีจะกระจายการลงทุน จึงต้องการระดมทุนอยู่ ขณะที่สภาพคล่องในประเทศยังดี ในส่วนของธนาคารยังมีลูกค้าที่ต้องการรอแกหุ้นกู้หลายราย วงเงินหลักหมื่นล้านบาท"นายนรินทร์กล่าว