วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MINT - ซื้อ

กำไรไตรมาส 4/57 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาด; เหนือคาดกับปันผลหุ้น

เป็นไปตามที่คาดไว้

MINT รายงานกำไรที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.7 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/57 เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 126% QoQ ผลที่ออกมาเป็นไปตามที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ ถึงแม้จะมีความไม่สงบทางการเมืองไทยใชช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 MINT ก็ยังคงมีกำไรหลักที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ถึง 4 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 เพิ่มขึ้น 7% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการกระจายรายได้ที่ดีของบริษัท ทั้งนี้เป็นที่ตกใจเชิบบวกต่อตลาดที่ผู้บริหารประกาศปันผลเป็นหุ้น (ในอัตตราส่วน ใช้ 10 หุ้นเดิม เพื่อออกหุ้นใหม่ 1 หุ้น) และจ่ายเงินปันผล 0.25 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD ณ วันที่ 27 เมษายน)

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ มาจากธุรกิจอาหาร,โรงแรม และค้าปลีกเป็นหลัก โดยรายได้หลักเพิ่ม 3% YoY และ 21% QoQ ถึงรายได้สูงสุดที่เคยมีมารายไตรมาสเท่ากับ 10 พันล้านบาทในไตรมาส4/57 อัตรากำไรหลักเพิ่มขึ้น 0.4% YoY และ 7.6% QoQ เท่ากัยบ 16.4% ในไตรมาส 4/57 ทั้งนี้ MINT มีอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาในธุรกิจอาหารเพิ่ม YoY เท่ากับ 16.5% และ อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมเพิ่ม 0.4% รายได้จากโรงแรมเพิ่ม 12% YoY และ 29% QoQ เท่ากับ 3.7 พันล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่ม 1% YoY อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% (ลดลง 1% YoY) อัตราค่าห้องเฉลี่ยเพิ่ม 3% YoY โรงแรมที่เป็นเจ้าเองของมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่ม 2% YoY และโรงแรมที่รับบริหารมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่ม 11% YoY แต่โรงแรมโอ๊ค มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องลดลง 5% YoY ยอดขายที่อยู่อาศัยลดลง 22% YoY ในไตรมาส 4/57 เนื่องจากยอดขายที่อยู่อาศัยของโครงการเซนต์รีจิสลดลง ในปี 2557 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิทรงตัว QoQ ที่ 1 เท่า

แนวโน้ม

MINT มีโอกาสรายงานการทำสถิติกำไรหลักสูงสุดได้อีกสำหรับไตรมาส 1/58 จากการที่เป็นช่วงไฮซีซั่นและรายได้จากการซื้อกิจการใหม่ ในช่วงไตรมาสแรกเป็นช่วงไฮซีซั่น อีกทั้งในไตรมาส 1/57 ผลประกอบการของโรงแรมในกรุงเทพอยู่ในเกณฑ์ต่ำ (เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง) กำไรจากโรงแรมกลุ่ม ซัน อินเตอร์เนชั่นแนล (มี 8 โรงแรมในแอฟริกา) และโรงแรมทิโวลิ (มี 2 โรงแรมในบราซิล และ 6 โรงแรมในโปรตุเกส) จะช่วยเพิ่มกำไรในไตรมาส 1/58 เราคาดหวังอัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมสำหรับธุรกิจอาหารเล็กเพิ่มขึ้น YoYและอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาเพิ่มเป็นตัวเลขสองหลัก YoY สำหรับไตรมาส 1/58


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

กำไรจากการซื้อโรงแรมในประเทศบราซิลและโปรตุเกสในเดือนมกราคม ปี 2558 ยังไม่ถูกรวมในการประมารการณ์ของเรา ซึ่งข้อตกลงนี้น่าจะส่งผลให้การประเมินกำไรในปี 2558 เพิ่มได้ประมาณ 3-4% จากประมาณการของเรา ทั้งนี้ในปัจจุบันเรายังคงประมาณการกำไรหหลักสูงสุดใหม่ได้เท่ากับ 5.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 18% YoY และประมาณการณ์ว่าโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ (ซึ่งคิดเป็น 40% ของรายได้ของ MINT) จะมีอัตราการเข้าพัก 70% ในปี 2558 (จาก 60% ในปี 2557) และอัตราค่าห้องเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6-7% เราคาดการณ์อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมในธุรกิจอาหารเพิ่ม 2-3% และ อัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาของธุรกิจอาหารเพิ่ม 12-13%

คำแนะนำ 

จากข้อมมูลในอดีตเห็นได้ชัดว่าที่ผ่านมาหุ้นจะได้รับผลตอบรับเชิงบวกต่อตลาดจากการที่บริษัทจ่ายผลตอบแทนเป็นหุ้นปันผลในระยะสั้น สำหรับระยะยาวเราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถสร้างกำไรเพิ่มเติมที่มากกว่าคาดได้เกิน 9% เพื่อชดเชยจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากหุ้นปันผลได้ ด้วยการซื้อกิจการใหม่และโครงการในอสังหาริมทรัพย์ใหม่ โดย MINT ราคาซื้อขายในปี 2558 อยู่ที่ PER ที่ 26.8 ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาธุรกิจท่องเที่ยวในการคาดการณ์ของเรา ทำให้เราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2558 เท่ากับ 41.50 (อ้างอิงจากการคิดลด 5% จากมูลค่ามูลค่ากระแสเงินสดคิดลด , 9% WACC, 2% terminal growth rate)