"อินโดรามาเวนเจอร์" คาดกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน อานิสงส์ราคาน้ำมันลงกดต้นทุนวัตถุดิบ แต่รายได้ปีนี้จะใกล้เคียงปีก่อน
นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ IVL กล่าวว่า แนวโน้มกำไรสุทธิปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้ว ที่มีกำไรสุทธิ 1.48 พันล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทปรับลดลงตามราคาน้ำมัน ขณะเดียวกัน บริษัทมีกำลังการผลิตมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการในปี 2556-2557 และเริ่มผลิตเต็ม 100% ในปีนี้
ขณะเดียวกัน บริษัทประเมินว่า ปีนี้จะไม่มีรายการขาดทุนจากสต๊อกสินค้า (Inventory Loss) เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ขาดทุนจากสต๊อกสินค้า 3.5 พันล้านบาท โดยประเมินว่า ราคาน้ำมันซึ่งเป็นส่วนสำคัญในต้นทุน จะไม่ปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้ โดยบริษัทมีต้นทุนน้ำมันที่ 55-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจากธุรกิจหลักในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8-9% จากปีที่แล้วที่อยู่ที่ระดับ 7%
"ไตรมาสแรกปีนี้ อาจจะมีขาดทุนจากสต๊อกสินค้าอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าจะลดลง เพราะมองว่าราคาน้ำมันน่าจะทรงตัว และไม่ปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้ ในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บริษัทจะมีกำไรจากการสต๊อกสินค้าทันที"
นายดีลิป กล่าวเพิ่มว่า ส่วนของรายได้รวมปีนี้ ใกล้เคียงกับปี 2557 ที่ผ่านมา หรือมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากราคาน้ำมันลดลง ทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับลดลงด้วย ในแง่ปริมาณการขายปีนี้ คาดการณ์จะเติบโต 12% จากปีที่แล้ว หลังจากที่บริษัทมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีกำลังการผลิต 7.5 ล้านตัน มาเป็น 9.4 ล้านตันปีนี้
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ 3 บริษัท ซึ่งเป็น 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการไลอนน 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่ผลิตสินค้าทั่วไป 1 โครงการ และสินค้ามูลค่าเพิ่ม 1 โครงการ คาดจะเข้าซื้อกิจการแล้วเสร็จช่วงครึ่งแรกปีนี้ โครงการบอสตัน ซึ่งผลิตสินค้าจำเป็นสำหรับจำหน่ายในตลาดตะวันตก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ และโครงการสวิฟท์ ซึ่งผลิตสินค้า จำเป็นสำหรับจำหน่ายในตลาดตะวันตก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำเช่นกัน
งบลงทุนในปี 2558 บริษัทจัดสรรไว้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นงบสำหรับการเข้าซื้อกิจการ 1.1 พันล้านดอลลาร์ และอีก 400 ล้านดอลลาร์ สำหรับขยายโครงการเดิมและซ่อมบำรุง
บริษัทได้จัดสรรงบลงทุนระยะยาวในปี 2558-2561 ประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ สำหรับการลงทุนเพื่อการเติบโตและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ทั้งนี้แหล่งเงินมาจากกระแสเงินสดในบริษัทและเงินกู้สถาบันการเงิน ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.83 เท่า และมีนโยบายรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.1 เท่า
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิ อินโดรามา เวนเจอร์ส ไว้ที่ 4.4 พันล้านบาท แม้ราคาหุ้นจะพึ่งปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกับการฟื้นตัวของเราคาน้ำมันดิบ แต่เชื่อราคาหุ้นจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยกำไรหลักจะเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันก่อนตลอดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จากส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีมูลค่าการซื้อขายที่ถูก
ทั้งนี้บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 4 ปี 2557 ที่ 953 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีที่แล้ว และพลิกกลับจากกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2557 โดยการขาดทุนจากการสต๊อกสินค้าเป็นปัจจัย ที่ทำให้เกิดขาดทุนสุทธิไตรมาส 4 ปี 2557 แต่ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตของกำไรหลัก ได้แก่ ปริมาณขายที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนต่างราคารวมปรับตัวสูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากสินทรัพย์ที่เข้าซื้อไตรมาส 2 ปี 2557









