วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

OTO - ซื้อเก็งกำไร

ผลประกอบการแย่ตามคาด

ผลประกอบการแย่ลง

OTO รายงานขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 หรือพลิกกลับจากกำไรสุทธิ 23 ล้านบาทในไตรมาส 4/56 และกำไรสุทธิ 21 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 ขาดทุนสุทธิที่ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อย (เทียบกับที่เราคาดขาดทุนสุทธิ 1 ล้านบาทก่อนหน้านี้) เนื่องจากต้นทุนบริการที่สุงกว่าคาด รายได้รวมถือว่าเป็นไปตามคาด แต่ต้นทุนบริการสูงกว่าคาด 5% กำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด 64% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2.9% ต่ำกว่าที่คาดก่อนหน้าที่ 8% (เทียบกับ อัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.3% ในไตรมาส 4/56 และ 19.3% ในไตรมาส 3/57)

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

ผลประกอบการที่แย่ลงในไตรมาส 4/57 เนื่องจากรายได้ธุรกิจพัฒนาและติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (turnkey total solution sales) ที่ลดลงในขณะที่ต้นทุนบริการรวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 11% QoQ เนื่องจากรายได้ธุรกิจพัฒนาและติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จที่ลดลง (14 ล้านบาท ลดลง 46% YoY และ 62% QoQ) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 7% QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ที่ประเทศกัมพูชา (ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินงานตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557)

รายได้จากการให้บริการบริหารจัดการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (outsourced services) ในระหว่างไตรมาสยังคงแข็งแกร่ง (170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ทรงตัว QoQ) รายได้ของลูกค้าสองรายหลักสำหรับธุรกิจพัฒนาและติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (turnkey total solution sales) ลดลงในไตรมาส 4/57 ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (รายได้ 4 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 ลดลง 73% QoQ) และไม่มีรายได้จากทีโอทีเลยในไตรมาสนี้ (เทียบกับรายได้จากทีโอที 1 ล้านบาทในไตรมาส 3/57) รายได้รวมอยู่ที่ 184 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 แบ่งเป็นรายได้จากการให้บริการบริหารจัดการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (outsourced services) ที่ประจำต่อเนื่องจำนวน 174 ล้านบาทและรายได้จากงานขายและติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (turnkey total solution sales) จำนวน 10 ล้านบาท ในส่วนของรายได้บริการทั้งหมด 174 ล้านบาท มาจากสำนักงานประกันสังคมคิดเป็นสัดส่วนสูงสุด (43 ล้านบาท) ตามด้วยไทยแอร์เอเชีย (15 ล้านบาท) และเอก้อน (13 ล้านบาท) โครงการในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) ณ สิ้นปี 2557 ยังคงแข็งแกร่งที่ 970 ล้านบาท บริษัทเซ็นสัญญางานใหม่ 2 โครงการในไตรมาส 4/57 คือ กสทช. (รายได้ 4 ล้านบาทในไตรมาส 4/57) อาคเนย์ประกันภัย (รายได้ 3 ล้านบาทในไตรมาส 4/57)


แนวโน้ม

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 20 ล้านบาท ลดลง 20% YoY แต่พลิกกลับจากไตรมาส 4/57 ที่ขาดทุนสุทธิ 2 ล้านบาท (เนื่องจากการพลิกกลับมาฟื้นตัวของรายได้บริการประจำต่อเนื่อง) เราคาดรายได้บริการประจำต่อเนื่องมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1/58 เนื่องจากการรับรู้รายได้จากการต่อสัญญากับ 3 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (รวมกันทั้งหมด 53 ล้านบาท) ซึ่งได้แก่ กรมการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย และ กฟภ. รวมถึงการเซ็นสัญญาใหม่กับทีซีซี (มูลค่าโครงการที่ 149 ล้านบาท)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงกำไรสุทธิปี 2558 ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง เราได้ทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ของ OTO ลง 27% (เหลือ 80 ล้านบาท) และปรับลดราคาเป้าหมายของ OTO ลง 15% (เหลือ 6.8 บาท) ไปแล้วก่อนหน้าในรายงานของ SAMART ฉบับวันที่ 17 ก.พ. 58

คำแนะนำ

เราปรับลดคำแนะนำหุ้น OTO ลงจาก ซื้อ เหลือแค่ ซื้อเก็งกำไร เนื่องจากการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงจากเดิมและส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายของเรากับราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่แคบลงจากเดิม