คาดผลประกอบการ 1Q58 ฟื้น
แนวโน้มผลประกอบการ 1Q58 ฟื้นตัว
แนวโน้มผลประกอบการกลุ่ม PTT จะพลิกกลับมาเป็นกำไรใน 1Q58 หลังรับรู้ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงใน 4Q57 จนทำให้กลุ่ม PTT มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ โดยเฉพาะ PTTEP ที่รับรู้ผลขาดทุนดังกล่าวมากถึง 3.3 หมื่นล้านบาท และ Stock Loss ที่เกิดขึ้นในธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีรวม 4 หมื่นล้านบาท (BCP IRPC TOP และ PTTGC) การฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ จะลดความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock Loss จำนวนมากเหมือน 4Q57 ที่ผ่านมา อีกทั้งค่าการกลั่นที่ปรับเพิ่มกว่า 26%QoQ จะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ
ระยะสั้นมีความเสี่ยง แต่เชื่อว่าจะฟื้นตัวใน 2H58
เรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในปี 2558 ไว้ที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่การฟื้นตัวของราคาน้ำมันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นการตอบรับข่าวการปรับลดเงินลงทุนในธุรกิจShale Oil ของบริษัทขนาดใหญ่ และการประกาศปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ลดลงกว่า 30% ตั้งแต่ ต.ค. 57 ทำให้ความกังวลต่อกำลังผลิตนอกกลุ่ม OPEC เริ่มลดลง อย่างไรก็ตามเรายังคงมุมมองเดิมต่อราคาน้ำมันดิบ เชื่อว่าราคาน้ำมันในช่วง 1H57 ยังคงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะปริมาณสำรองน้ำมันจากสหรัฐที่ปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Demand ยังคงเติบโตในกรอบที่จำกัด โดยเราคาดว่าปัจจัยลบดังกล่าวจะยังคงอยู่กับราคาน้ำมันดิบต่อเนื่องไปถึงกลางปี 2558
เชื่อว่าค่าการกลั่น 1Q58 จะเป็นจุดสูงสุดของปี
ค่าการกลั่นสิงค์โปร์ 1Q58QTD อยู่ที่ 8 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 26%QoQ ซึ่งได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันขั้นกลาง (Middle Distillate) เพื่อทำความร้อนตามฤดูกาล รวมทั้งกำลังกลั่นในสหรัฐฯ ที่ลดลงจากเหตุประท้วงของแรงงานและการหยุดกลั่นของโรงกลั่นหลายแห่งในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าค่าการกลั่นจะมีโอกาสอ่อนตัวลงในช่วงที่เหลือของปี จากกำลังกลั่นใหม่ทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน(MBD) ขณะที่ Demand ถูกคาดหมายจะเติบโตไม่เกิน 1MBD แม้ในภูมิภาคกำลังกลั่นจะมีความสมดุล แต่เราเชื่อว่าจะเริ่มเห็นการอ่อนตัวของค่าการกลั่นจากกำลังกลั่นใหม่จากตะวันออกกลาง (Saudi และ UAE) และอินเดีย กำลังผลิตรวม 1.2MBD ทยอยเริ่มในช่วงปลาย 1Q58 – 2Q58 รวมทั้งปกติไตรมาส 2 จะเป็น Low season ของความต้องการใช้น้ำมัน
ปิโตรเคมียังมีความเสี่ยงจากกำลังผลิตใหม่
ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเกติกส์อ่อนแอ โดยเฉพาะส่วนต่างราคาเบนซีน(Bz-ULG95) ใน 1Q58QTD อยู่ที่ 107 เหรียญต่อตัน ลดลง 48%QoQ หลัง Naphtha Cracker กลับมาเดินเครื่องเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ทำให้สถานการณ์อุปทานที่ตึงตัวเริ่มคลี่คลายลง ขณะที่ส่วนต่างราคพาราไซลีนยังคงทรงตัวจากปีก่อนที่ระดับ 282 เหรียญต่อตัน เนื่องจากยังคงมีความต้องการใช้พาราไซลีน รองรับกำลังผลิต PTA ใหม่ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าภาพรวม Spread ในปี 2558 ยังมีโอกาสอ่อนตัวเนื่องจากกำลังผลิตใหม่ของพาราคาไซลีนและเบนซีนที่เพิ่มขึ้นกว่า 11%YoY และ 4.9%YoY ตามลำดับ ขณะที่ Demand เติบโตเพียง 5.7%YoY และ 4.3%YoY ตามลำดับ
PTTGC เด่นสุดในกลุ่ม
เราเลือก PTTGC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากผลิตภัณฑ์หลักมีสัดส่วน EBITDA กว่า 65% ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากจากการกลั่นและส่วนต่างราคาอะโรเมิตส์ที่เราคาดว่าจะมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการลงทุนอยู่ที่ (1) ราคาหุ้นที่ยังคง Laggardโดยปัจจุบัน PTTGC ซื้อขายอยู่ที่ 9.4xPE’15 ต่ำกว่ากลุ่มที่ 12xPE’15 และมี Upside กว่า 12% (2) กำไรสุทธิปี 2558 ไว้ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 85%YoY(3) Demand ของผลิตภัณฑ์หลักในปี 2558 คาดว่าจะปรับเพิ่มกว่า 40%YoYขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว และ (4) Upside จากการลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจรร่วมกับ Pertaminaในประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2558









